อังคาร 31 มี.ค. 2009 11:55 pm
มหาวิเศษ-มหาระงับ มหัศจรรย์แห่งตะกรุดโทนของ หลวงพ่อสาลีโข (สมภพ เตชปุญโญ)
โดย...รณธรรม ธาราพันธุ์ ตะกรุด เป็นเครื่องรางชนิดหนึ่งซึ่งอาจทำจากใบลาน กระดาษสา หรือหนังสัตว์ ที่พบเห็นบ่อยที่สุด คือ โลหะธาตุต่างชนิด อาทิ ทองคำ นาก เงิน ตะกั่ว ฯลฯ สุดแต่พระคณาจารย์รูปใดจะเห็นเหมาะนำมาแผ่เป็นแผ่นแบน แล้วลงจารอักขระสำคัญ พระยันต์ต่าง ๆ ซึ่งท่านได้ร่ำเรียนมาจนชำนิชำนาญ ก่อนจะม้วนเป็นหลอดกลมแล้วเสกเป่าสำทับอีกครั้งเป็นเสร็จพิธี
นี่ว่าโดยย่อ แท้จริงการทำตะกรุดของแต่ละสำนักย่อมมีเอกลักษณ์ต่างแบบกันไปขึ้นอยู่กับการสืบทอด เช่น
ตะกรุดลูกอมของหลวงพ่อเฒ่ายิ้ม วัดหนองบัว จ.กาญจนบุรี ที่ถ่ายทอดให้พระเถระรุ่นใหญ่ดัง
หลวงปู่ใจ วัดเสด็จ หลวงปู่เหรียญ วัดหนองบัว หรือ
หลวงปู่ดี วัดเหนือ ย่อมต้องใช้กระแสจิตเข้มข้นในการลงอักขระเรียกสูตรและเพ่งเสกจนแผ่นโลหะม้วนตัวเข้าหากันเป็นรูปตะกรุด ฉะนั้นหลวงพ่อเฒ่ายิ้มจึงต้องสอบศิษย์ที่มาเรียนโดยให้เพ่งเทียนจนละลายไส้ขาดกลาง
ถือว่าสอบผ่าน ชัดเจนว่าตะกรุดเป็นของทำยาก สร้างลำบากโดยเกณฑ์อยู่แล้ว อักขระแต่ละตัวที่ลงจำต้องเรียกสูตร ปฏิสนธิตั้งนาม และกรึงไว้ไม่ให้เสื่อม เส้นยันต์หนึ่งเส้นมีคาถาว่าเฉพาะบท ขมวดมุมยันต์ก็อีกบท เส้นกลางในตัวยันต์ก็อีกบท เขียนทับกันก็ไม่ได้ ถือว่าวิบัติต้องทิ้งไป
ละเอียดลออเห็นปานนี้ ตะกรุดจึงเป็นของที่พระอาจารย์ทั้งหลายไม่ใคร่มอบให้ใครโดยไม่จำเป็น คนได้ต้องย่อมผ่านการกลั่นกรองจากท่านดีแล้วจึงได้ เช่น
พระสุทธิสารวุฒาจารย์ หรือ
หลวงปู่ใจ วัดเสด็จ จ.สมุทรสงคราม เมื่อใครปรารถนาตะกรุดสุดยอดของท่าน คือ
ตะกรุดมหาระงับ ครั้นท่านอนุญาตว่าทำให้ ต้องรีดแผ่นเงินบริสุทธิ์มาให้ได้ 7 นิ้วไทย เกินกว่าก็ไม่ได้ น้อยกว่าก็ไม่ได้ ท่านเตรียมไม้บรรทัดวัดทีเดียว
ผิดนิดหนึ่งไล่กลับทันที หากสมบูรณ์ ท่านก็รับไว้แล้วรอฤกษ์ลงอักขระเลขยันต์ บางดอกใช้เวลาหลายเดือนกว่าจะเสร็จด้วยไม่ปรากฏฤกษ์ในระยะนั้น เมื่อลงครบตามตำราบังคับ ท่านก็เอาด้ายพรหมจารีมาถักหุ้มตัวตะกรุด จากนั้นก็พอกว่านยาผสมผงวิเศษจนทั่วถึง แล้วลงรักทับให้แน่นหนาจึงปิดทองคำแท้เป็นการสมโภชภายหลัง ท้ายสุดก็ขั้นตอนปลุกเสกโดยว่ากันตามอัธยาศัยจนจุใจท่าน แล้วค่อยประสิทธิเมให้ศิษย์
นี่ก็เล่าโดยย่อ ตะกรุดมหาระงับของหลวงปู่ใจปรากฏอภินิหารลือลั่นไปทั่ว มีคนอยากได้ของท่านมากมายแต่ของที่อยากไม่มีจะได้ ลางทีมีเงินแต่ไม่มีของก็ต้องจนใจ ไม่นานเท่าไรก็มีข่าวพระรูปหนึ่งสร้างตะกรุดมหาระงับ มีคุณวิเศษดุจเดียวกัน อยู่ จ.พระนครศรีอยุธยา ท่านชื่อว่า
หลวงพ่อเทียม สิริปัญโญ วัดกษัตราธิราช ตะกรุดมหาระงับตำรับพิศดารของหลวงพ่อเทียม มีขนาดใหญ่ราว 1 ฟุตเศษ ส่วนใหญ่คนไม่เอาติดตัวด้วยพกพาลำบาก นิยมผูก-วางบูชาบนหิ้งพระในบ้านเรือน เพื่อปัดเป่าเสนียดจัญไรภัยพิบัตินานา เช่น ชายชาวสวนคนหนึ่งต้องตระหนกถึงขีด เมื่อเห็นว่าไฟไหม้สวนผลไม้เพื่อนบ้านแล้วลามดิ่งตรงมายังสวนตน
จะบนบานวิงวอนอะไรก็ไม่เป็นผล เพราะเปลวไฟแดงโร่ฟ้องอยู่ว่าอีกไม่กี่นาทีสวนเขาซึ่งติดกันต้องวอดวายสิ้นเนื้อประดาตัวแน่แท้ ก็น่ามหัศจรรย์ที่สุด เมื่อเปลวไฟแดงฉานลามเลียมาถึงคันสวน ปรากฏพระเพลิงอ่อนกำลังลงตามลำดับแล้วหยุดสนิทเป็นแนวยาวไม่อาจแผดเผาต้นผลไม้ที่อยู่ติดกัน
นึกฉงนในใจก็ไม่รู้คำตอบว่าเป็นเพราะเหตุใด ต่อเมื่อเข้าไปนั่งพักในกระท่อมชายสวน สายตาก็เหลือบไปเห็นตะกรุดมหาระงับบอกเขื่องแขวนอยู่ในกระท่อม ซึ่งตนได้แขวนไว้นานเนเพื่อหมายจะเป็นเครื่องกันภัยอันอาจเกิดได้ในวันหนึ่งข้างหน้า
แขวนจนลืม หากอำนาจพุทธคุณในตะกรุดไม่ขึ้นตรงต่อลืมหรือไม่ลืมของใคร จึงแสดงอภินิหารห้ามไฟไม่ให้กล้ำกรายเข้าทำลายทรัพย์ผู้เป็นเจ้าของ
เรียกว่า ‘ระงับ’ ภัยได้จริง ข่าวขลังของตะกรุดหลวงพ่อเทียมจึงสะพัดไปในหมู่ผู้นิยมพระ พลอยส่งตะกรุดนานาชนิดของท่านได้แสดงกฤดาภินิหารฉายโชนขึ้นหลังจากผู้ไปนมัสการท่านเช่าติดมือกลับไป เช่น
ตะกรุดโทนมหารูด, ตะกรุดสี่มหาอำนาจ เป็นต้น
ครั้นสิ้นหลวงพ่อเทียม ในปี พ.ศ.2522 ความหวังของผู้ปรารถนาตะกรุดวิเศษซึ่งสร้างอย่างถูกแบบทุกประการก็เลือนลับ พระคณาจารย์ที่รู้จริงก็ลาโลกวุ่น ๆไปจนสิ้น ทิ้งไว้เพียงปริศนาแห่งการทำขลังและตำราที่พระอาจารย์รุ่นใหม่อ่านตัวขอม มะ อะ อุ เป็น เอ อี ไอ โอ ยู
ผมผู้เฝ้ามองย้อนหลังถึงกำเนิดของตะกรุดมหาระงับหลวงปู่ใจ ระเรื่อยมาจนตะกรุดมหาระงับหลวงพ่อเทียมก็ถึงความรันทดจนต้อง ‘ระงับ’ ความอยากของตนเสียเอง ด้วยมองไม่เห็นว่าใครจะสร้างขลังเพียงนั้นได้อีก
จนต้นปี พ.ศ.2541 ผมรับฟังข่าวหนึ่งอย่างตื่นเต้นถึงใจ เมื่อคุณอภิรักษ์ จุฬาสินนท์ คนชอบพระเล่าประสบการณ์จากคนใกล้ชิดที่เป็นหัวหน้าช่างให้ฟังว่า นายช่างคนนี้มีภรรยาที่คิดเอาใจออกห่าง คุณอภิรักษ์เห็นความกลัดกลุ้มของลูกน้องแล้วทนไม่ได้ จึงไปเช่าตะกรุดมหาระงับมาเผื่อดอกหนึ่ง พร้อมแจงว่าให้ลองบูชา ถ้าไม่ได้ผลยินดีเช่าคืน
วันเวลาผ่านไป หัวหน้าช่างก็ยังซึมเศร้าไม่เปลี่ยน คุณอภิรักษ์เข้าไปถามข่าวคราว เขาก็โวยว่าตะกรุดนั้นไม่เห็นมีดีตรงไหนเลย บูชามาตั้งนานก็เหมือนเดิม เลยถามว่าบูชายังไง นายช่างว่าเอาไว้บนหิ้งกราบไหว้นั่นแหละ คุณอภิรักษ์จึงเอะอะเอาบ้างว่า ใครเขาทำอย่างนั้น ให้อาราธนาลงมาใช้สิ วิธีการก็มีอยู่ในใบสรรพคุณที่มาพร้อมกัน
หัวหน้าช่างตาสว่างรีบกลับบ้านอาราธนาตะกรุดลงมาสวดตามใบฝอย ทำน้ำมนต์ล้างหน้าสระหัวอาบตัวเอง จากนั้นก็เปิดตู้เย็นเอาตะกรุดลงแกว่งในกระบอกน้ำดื่มทุกอัน พลางอธิษฐานในใจขออานุภาพแห่งตะกรุดจงระงับความคิดที่จะทิ้งสามีไปอยู่กับคนอื่นด้วยเถิด
ตกตอนเย็นศรีภรรยากลับมาบ้านพร้อมกับขนเสื้อผ้าเตรียมย้าย เก็บโน่นเก็บนี่จนเหนื่อย ยกของลงมากองหน้าบ้านแล้วตรงไปเปิดตู้เย็นหยิบน้ำมาดื่ม ดื่มแล้วนั่งพักอยู่ครู่เดียวก็ลุกไปหยิบกระเป๋าเสื้อผ้า สามีใจหายวาบ อะไรกันวา! ทำตามตำราทุกอย่าง ไม่ได้ดีอะไรเลยแล้วหัวใจก็กระตุกวูบเมื่อยอดรักหอบข้าวของตรงดิ่งเข้าไปเก็บที่เก่า ขอโทษขอโพยจนลงเอยด้วยดี
ทุกวันนี้ยังอยู่ด้วยกันอำนาจเร้นลับมหัศจรรย์ในตะกรุดดอกดังกล่าว แสดงอานุภาพดลใจภรรยา-สามีให้ครองคู่คืนดีอย่างเก่าได้อย่างไม่น่าเชื่อ แต่ทั้งหมดเป็นเรื่องจริงชนิดที่ไม่ได้เห็นกับตาก็ไม่อยากเชื่อว่าจริง
ผมถามลั่นคับบ้านคุณอภิรักษ์ว่า ตะกรุดนั้นเป็นของอาจารย์ใด อยู่ที่ไหน คุณอภิรักษ์ตอบยิ้ม ๆ ในลนลานกิริยาของผมว่า
“หลวงพ่อสาลีโข สำนักพุทธอุทยานธรรมโกศล ปทุมธานี”

- 01-1.jpg (49.41 KiB) เปิดดู 15654 ครั้ง
วันเดียวกับที่คุณอภิรักษ์เล่า ผมก็มาปรากฏตัวที่หน้าตู้วัตถุมงคลของทางวัดเช่านั่นเช่านี่จนตัวเองงง ที่ขาดไม่ได้
“ตะกรุดมหาระงับ” ดอกต้นเหตุของเรื่องตะกรุดที่ผมใฝ่ฝันมานานว่าน่าจะมีอย่างถูกแบบกับเขาสักดอก เมื่อผมซักประวัติการสร้าง ผมบอกได้คำเดียวว่า
นี่แหละ ‘สุดยอด’ตะกรุดโทนมหาระงับดอกนี้สร้างขึ้นตามตำราพิชัยสงคราม ซึ่งเก็บรักษาไว้ที่ วัด
ประดู่ทรงธรรม จ.พระนครศรีอยุธยา ตักศิลาแห่งสรรพวิชาทั้งมวลของเมืองกรุงเก่า แต่หลวงพ่อสาลีโข ท่านได้วิธีการสร้างมาจากดวงวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ผู้เป็นครูท่าน คือ
หลวงปู่เผือก วัดสาลีโขก็ไม่น่าแปลกใจเพราะหลวงปู่เผือก ท่านเป็นพระในสมัยอยุธยาตอนปลาย ย่อมต้องได้สืบทอดพุทธาคมมาจากตำรับเก่าวัดประดู่ฯอยู่แล้ว

- ตะกรุดโทนมหาระงับ
- 01.jpg (38.73 KiB) เปิดดู 15655 ครั้ง
ตะกรุดโทนมหาระงับต้องใช้แผ่นทองแดงหนา ที่มีความยาวถึง 9 นิ้ว กว้าง 7 นิ้ว เพราะประกอบด้วยพระยันต์ศักดิ์สิทธิ์ และอักขระวิเศษมากมาย ถ้าแผ่นเล็กจะลงไม่พอ
ยันต์ที่ลงนั้นจำต้องลงกำกับทั้งด้านหน้าและด้านหลังเต็มแน่นหมด โดยหลวงพ่อกำหนดฤกษ์ยามมงคลในการลงทุกขั้นตอน ครั้นม้วนแล้วเสร็จก็ถักด้วยด้ายสายสิญจน์ที่ผ่านการปลุกเสกมาแล้วอย่างดี คลุกด้วยน้ำรักแท้ดำสนิท จากนั้นก็พอกผงวิเศษมหาระงับลงไปบนด้ายอีกที
โดยผงมหาระงับนั้นประกอบด้วย ผงพุทธคุณ 2 ชนิด คือ ผงปถมัง และ ผงมหาราช ซึ่งวิธีการเขียนและเสกผงนี้ กว่าหลวงพ่อสาลีโขจะเรียนจำทำเป็นจนชำนิชำนาญ ท่านใช้เวลาศึกษาถึง 17 ปีเต็ม คิดดูเถิด นี่เฉพาะการทำผงวิเศษ 5 ประการเท่านั้นหนา
ต้องหาใบไม่รู้นอน 7 สิ่งมาบดผสมลงไป ได้แก่ ใบชุมแสง, ใบสมี, ใบระงับ, ใบหิงหาย, ใบกระเฉด, หญ้าใต้ใบ และใบกระถิน ผสมกับไม้งิ้วดำ ผงคัมภีร์ใบลานของวัดสาลีโข ผงพระประธานองค์เก่าในโบสถ์วัดสาลีโข
ยังมีว่านวิเศษที่ท่านเลี้ยงไว้ด้วยน้ำมนต์ในสถานที่เฉพาะ ล้อมสายสิญจน์เป็นปริมณฑล ห้ามสตรีเพศเข้าโดยเด็ดขาด เพื่อนำมาทำตะกรุดโทนโดยตรง ประกอบด้วยว่านมหาจักรพรรดิ, พญาว่าน, จ่าว่าน, ว่านมหาปราบ, ว่านมเหศวร, ว่านมหาระงับ, ว่านพญาหอกหัก, ว่านสามพันตึง, ว่านชมภูหนังแห้ง และว่านเพชรน้อย ว่านเพชรใหญ่
นำของทั้งหมดมาประสมเข้ากับ ผงมูลกัจจายน์, ผงตรีนิสิงเห, ไคลเสมา, เกสรศรีมหาโพธิ์, ชันโรงใต้ดิน, ดินสอกำบัง, รังหมาล่า, ใบไมยราพ, ดอกรักซ้อน, ผงมหาฤาษีจากในถ้ำ, วัตถุสารมงคลต่าง ๆ ที่มีฤทธิ์เป็นทนสิทธิ์อยู่ในตัว และดินศักดิ์สิทธิ์จากสถานที่มงคลนานา ผนวกด้วยแร่ทรงคุณ 9 ชนิด
สรรพมวลสารมงคลทั้งหมดถูกคลุกคลีด้วยน้ำรักบริสุทธิ์จนเหนียวตัว แล้วปรุงด้วยเครื่องหอมทั้ง 9 คือ จันทร์ขาว, จันทร์แดง, กฤษณา, กลำพัก, ขอนดอกชะมด, พิมเสน, อำพันทอง และน้ำมันหอมชั้นดี จึงนำผงวิเศษที่ปรุงแล้วชะโลมทาลงบนด้าย พอกพูนจนหนาแล้วลงรักทับ รักชั้นที่ 1 แห้ง ก็ลงชั้นที่ 2 ทับอีกเพื่อความคงทน
เมื่อผงต่าง ๆ แห้งสนิทเกาะตัวแน่นดีแล้ว จึงอธิฐานจิตปิดทองเป็นการสมโภช วาระต่อมาจึงประกอบพิธีมหาพุทธาภิเษกขึ้นในโอกาสต่าง ๆ นอกเหนือไปจากการปลุกเสกเดี่ยวทุกวัน ๆ โดยหลวงพ่อสาลีโขตลอดไตรมาส
นี่คือความวิริยะอุตสาหะของหลวงพ่อสาลีโขที่มุ่งมั่นสร้างตะกรุดให้เป็นตะกรุด มิใช่ทำตะกรุดเป็น
‘ตะกรูด’ คือถอยหลังหนีดังกรูด ๆ ดังหลวงพ่อเทียมว่า
ผมแลหาพระเถระสายวิชาที่รู้จริงถึงพร้อมเช่นนี้มานานแล้ว เมื่อได้พบเจอก็ให้ประทับใจในความรู้จริงและเก่งจริงของท่านนัก ผมจึงขนสมัครพรรคพวกไปกราบคาราวะท่านมากมาย ทุกคนล้วนมีประสบการณ์กับท่านแตกต่างกัน
มีสุภาพสตรีท่านหนึ่งกำลังถูกแฟนทอดทิ้ง เธอเสียใจมาเพราะรักกันมาถึง 5 ปี เธอมาปรับทุกข์กับผม ผมก็ไม่รู้จะช่วยยังไง เลยพาไปกราบหลวงพ่อสาลีโขที่วัด โดยพวกเราไม่ได้เล่าเรื่องใดให้ท่านทราบ เมื่อคุยกับท่านสักพักท่านก็เมตตาลงนะหน้าทองให้พวกเรา
ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ ขณะที่แฟนสาวถูกหลวงพ่อลงทองอยู่นั้น ตลอดเวลาเธอพร่ำขอให้ได้คู่รักกลับคืน ฝ่ายชายซึ่งนอนอยู่บ้านที่ชลบุรีกลับระลึกถึงสตรีที่ตนทอดทิ้งอย่างรุนแรง ระลึกถึงความหลังตลอด 5 ปีที่ฝ่าฟันทุกข์ร่วมสุขกันมา ความดีที่เป็นกำลังใจให้เขายามท้อแท้ ความคิดเกี่ยวกับแฟนสาวหลั่งไหลเข้ามาในสมองอย่างห้ามไม่หยุดฉุดไม่อยู่
เขาบอกไม่ได้ว่าทำไมเป็นเช่นนั้น สุดท้ายก็นอนร้องไห้เพราะสงสารแฟนอยู่คนเดียวจนถึงบ่ายโมง เลยรีบโทรหาแฟน บอกรีบกลับนะคิดถึงเหลือเกิน ผมถามฝ่ายชายภายหลังว่าเริ่มคิดถึงแฟนตอนไหน เขาบอก 10 โมงครึ่ง
นั่นเป็นเวลาเดียวกับที่ฝ่ายหญิงกำลังลงทองอย่างมหัศจรรย์เพื่อนหญิงคนนี้ของผมจึงเช่าตะกรุดมหาระงับมาด้วย 1 ดอก เอาแกว่งน้ำให้แฟนดื่ม ทุกวันนี้ก็ได้แฟน กลับคืนหลังจากที่ทิ้งไปหาหญิงใหม่อยู่ 2 เดือน รักกันหวานชื่นเหมือนเก่า
โปรดอย่าเข้าใจผิดว่าเป็นการเล่นของ เพราะไม่เกี่ยวอะไรเลยกับคุณไสยฝ่ายต่ำ เป็นการขอบารมีครูบาอาจารย์และเทวานุภาพมาช่วยเหลือ ถ้าคุณถูกใครสักคนทอดทิ้งอาจทำยิ่งกว่านี้ก็ได้ผมจึงมั่นใจในอิทธิแห่งหลวงปู่เผือก และหลวงพ่อสาลีโขมาตลอด ท่านใดมีโอกาสมีกำลังพอจะเช่าได้ จงขวนขวายเถิดครับ ของดีอย่างนี้หมดแล้วหมดเลย หลวงพ่อไม่สร้างเพิ่มเสริมอีกอายุท่านก็ 60 ปีแล้ว ตาไม่ดีข้างหนึ่งอีกต่างหากเพราะเพ่งเตโชกสิณมาตลอด
อีกไม่นานเรื่องราวของ “ตะกรุดมหาระงับ” อาจกลายเป็นเพียงตำนานเล่าขานให้ลูกหลานฟัง สุดท้ายคงเหลือเพียงรูปให้ดูบทความนี้ได้ตีพิมพ์เมื่อ วันที่ 1 มีนาคม 2542