หลวงปู่เจี๊ยะ จุนโท วัดป่าภูริทัตตปฏิปทาราม อ.สามโคก
จ.ปทุมธานี พระสุปฏิบันโนที่ควรแก่การบูชาโดย รณธรรม ธาราพันธุ์ในกระบวนศิษย์ยุคเก่าก่อนรุ่นหลวงปู่มั่นปั้นมากับมือ นับวันก็มีแต่ถอยถดหดหายไป บางองค์
“นิพพาน” จากไป บางองค์ก็
“ละสังขาร” จากไป แต่ไม่ว่าจะเป็นแบบใดแทบทุกองค์ก็ล้วนเป็นพระแท้ทั้งสิ้น ยุคปัจจุบันนอกเหนือจาก
หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน วัดป่าบ้านตาด อ.เมือง จ.อุดรธานี ผู้ที่หลวงปู่มั่นออกปากว่า
“เอาท่านมหานี่แหละ เป็นที่พึ่งของหมู่คณะต่อไป” แล้วองค์หนึ่ง ก็คงมี หลวงปู่เจี๊ยะ จุนโท นี่แหละครับที่อยู่ใกล้ชาวกรุงมากที่สุด อีกทั้งเป็นพระที่กราบได้สนิทใจ
ก้อที่ท่านมาอยู่วัดป่าภูริทัตตฯ หรือ "วัดสน" ทุกวันนี้ ไม่ใช่เพราะ
“ท่านมหา” ของหลวงปู่มั่นขอเอาไว้ดอกหรือ ไม่อย่างนั้นพระแท้ที่ประเสริฐในข้อวัตรปฏิบัติ พระผู้วิสุทธิจิต คงไม่มานั่งเป็นนาบุญอันเลิศให้คนกรุงคนใกล้ได้ต่อบุญเช่นนี้หรอก ท่านกลับบ้านเกิดที่เมือง “จันทบูร” ไปนานแล้ว ถ้ากลับจริงก็สบายผม เพราะผมคนชลถึงจะไม่มี “ฮิ” เหมือนคนจันท์ก็เหอะ
หลวงปู่เจี๊ยะท่านบวชอยู่กับ
ท่านพ่อลี ธมฺมธโร วัดอโศกราราม ขณะที่ท่านพ่อลีไปสร้างวัดป่าคลองกุ้งเอาไว้ที่เมืองจันท์ จากนั้นท่านจึงค่อยธุดงค์ไปอยู่กับพ่อแม่ครูอาจารย์มั่น จึงไม่น่าแปลกใจที่หลวงปู่เจี๊ยะจะมี “จิตตานุภาพ” ที่ล้ำลึก มีธรรมเทศนาที่แน่นอนฉาดฉานกระทบใจ เร่งเร้าให้ศิษย์เกิดความทะยานอยากในการปฏิบัติธรรม
คุณธรรมที่แน่นอนของท่านเคยกระแทกเปรี้ยงเข้าที่หน้าผมหลายครั้ง เช่น คราวหนึ่งผมไปกราบท่านที่วัด คุยไปได้สักพักผมก็ออกปากขอไม้หมอ(ไม้สีฟันพระป่า)ของท่าน แต่ท่านไม่ให้ ท่านว่า
“เอาไปทำไม ของสกปรก” เมื่อท่านเห็นผมสลดเพราะพลาดหวัง ท่านจึงบอกว่า
“เอาเหรียญอาจารย์ของเราดีกว่า” แล้วท่านก็ค่อย ๆ เดินไปหยิบโลหะดำ ๆ มาสองอัน เข้าใจว่าท่านจะให้ผม 1 เหรียญ และให้เพื่อนที่ไปด้วยอีก 1 เหรียญ ผมก็นั่งคิดว่าผมไม่อยากได้เล้ยเหรียญขององค์อื่น ผมอยากได้รูปท่าน อยากได้
“พลัง” ของท่านต่างหาก
เมื่อท่านกลับมาถึง ท่านก็นั่งลงบนตั่งแล้วยกเหรียญทั้งสองอันขึ้นมาไว้ในลักษณะ “เพ่ง” ผมนึกรู้ทันทีว่าท่านกำลังอธิษฐานจิตให้ ใจช่างคิดมันก็สรุปเอาว่า โฮ้ย! อธิษฐานให้อย่างนี้คงเป็นเหรียญตาย ไม่ทันเจ้าของเก่าปลุกเสกแน่ ไม่อย่างนั้นหลวงปู่คงไม่ “ซ้ำ" ให้อย่างนี้หรอก เพราะธรรมเนียมพระป่าเมื่อครูบาอาจารย์เสกแล้วศิษย์มักไม่เสก “ซ้ำ” อีก...คิดเพียงเท่านี้
ฟ้าก็ผ่าเปรี้ยงลงที่ผมทันที “อ้าว! นี่เหรียญปู่ขาว นี่ทันนะ ท่านให้หลวงตาไว้ทั้งถุง ท่านให้กับมือนะ ดูสิ...ดูหลังเหรียญ พ.ศ.18 ท่านมรณะ 26 ทันนะ ไม่ใช่ไม่ทัน”ท่านใส่เปรี้ยง ๆ แบบไม่ยั้งตามลักษณะของท่านที่โผงผาง เสียงดัง และพูดจริง ท่านว่าพลางส่งเหรียญพลาง สั่งกำชับให้พลิกดูให้รู้แก่ใจ ผมก็สะอึกสะอื้นตื้นตันใจ ปรีดาที่ได้ของดี แต่ก็ ”โตะใจโหมะเลย” เหมือนกัน
นั่นเป็นครั้งแรกที่ได้เห็น “อภิญญา” ของท่านจากนั้นผมก็กลายเป็นขาประจำของวัดสน ไปเสมอเมื่อว่าง ไปเพื่อสร้างบุญ และรอคอยพระยอดธงรุ่น 2 ของท่าน คือหลวงปู่เคยสร้างพระยอดธงไว้รุ่นหนึ่ง เป็นการรวบรวมพระบูชาสมัยเชียงแสน สุโขทัย อู่ทอง ที่เก่าชำรุด และโลหะธาตุอันทรงคุณค่าต่าง ๆ มากมายมาหล่อหลอมและเทเป็นพระยอดธง ทั้งหมดทำกันภายในวัดเป็นส่วนตัว ไม่มีการจองไม่มีการเช่าบูชาแต่อย่างใด บุญวาสนาใครถึงหลวงปู่ก็แจก ท่านอธิษฐานจิตเพียงองค์เดียว แจกไปไม่นานก็มีประสบการณ์อื้ออึง
ศิษย์คนหนึ่งที่ได้รับไป เล่าให้ผมฟังว่าเขาขับรถเก๋งไปธุระยังต่างจังหวัด โชคร้ายเอาหนักหนา รถเกิดประสานงาชนิด
“แซนด์วิช” เขาอยู่กลาง รถที่วิ่งมาปะทะด้านหน้าเป็นรถเก๋ง แต่ที่อัดก๊อปปี้เข้าด้านท้ายเป็นรถตู้ เขาเล่าว่ารถเขาถึงกับกระดอนขึ้นไปในอากาศก่อนที่จะหล่นตุ้บลงมาแน่นิ่ง ความเสียหายไม่ต้องพูดถึง
เละหมดสิ้นทั้งสามคันจำนวนคนตายและคนเจ็บผมไม่อาจจำได้ เพราะตากำลังพองอยู่กับสร้อยพระที่เขาแขวนพระยอดธงรุ่นแรกของหลวงปู่เจี๊ยะเพียงองค์เดียว เขาบอกว่าคนทั้งรถไม่มีใครแขวนพระเลย มีเขาคนเดียว แต่ท่านก็แผ่บารมีไปคุ้มครองได้ทั้งคันรถ และมีเฉพาะรถเขาเท่านั้นที่ผู้โดยสารไม่มีใครได้รับบาดเจ็บเลย
นี่สิแน่จริง!เนื้อหาของพระยอดธงรุ่นนี้สวยมาก เพราะเป็นแต่โลหะเก่าแก่มาหลอมสร้าง แม้เนื้อหาจะดูใหม่ในทีแรก แต่เมื่อเก็บไว้นานวัน เนื้อก็จะกลับดำไปเองตามธรรมชาติ แลดูสวยซึ้งทีเดียว รุ่นแรกหมดไปนานเนแล้ว หลายปีที่แล้วท่านก็สร้างรุ่น 2 ออกมาอีก งดงามไม่แพ้รุ่นแรกเช่นกัน เพราะท่านให้ศิษย์เสาะหามวลสารอย่างเดิมมาทำ และตอนนี้ก็หมดไปอีกแล้ว
ใครที่เคารพท่านอยู่แล้ว หรือกำลังจะเคารพไม่ต้องระทดท้อ เพราะนี่เป็นครั้งแรกที่ท่านเมตตาอนุญาตให้ศิษย์ได้สร้างเหรียญของท่านขึ้นในวาระที่ท่านอายุครบ 82 ปี ในพ.ศ.2539 เหรียญรุ่นนี้ท่านแผ่เมตตาอธิษฐานจิตให้อย่างเต็มที่สมกับเป็นรุ่น 1
ขนาดของเหรียญก็กำลังน่ารัก ไม่ใหญ่ไม่เล็กจนเกินไป ในวันทำบุญอายุคนเข้าแถวรับแจกกันล้นหลาม เข้าใจว่าทุกวันนี้น่าจะพอเหลืออยู่ ใครว่างก็รีบไปเถิดอย่าทำตัวเป็น “เสือปืนฝืด” อยู่เลย ชักช้าเดี๋ยวจะอดนะครับ ภาษิตที่ว่า “ช้า ๆ ได้พร้าเล่มงาม” น่ะ เขาเอาไว้ใช้เป็นบางกรณี ในเรื่องพระเครื่องนี้ถ้า “ช้า ๆ จะอดได้พระองค์งาม” จ้ะ
วัตถุมงคลที่น่าสนใจอีกองค์หนึ่งก็คือ
พระผงรูปเหมือนหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต พระมหาบูรพาจารย์แห่งวงศ์กัมมัฏฐาน ซึ่งผมไม่แน่ใจว่าหลวงปู่มีบัญชาให้ศิษย์คนใดเป็นผู้รับดำรินี้ไปสร้าง ทราบแต่ว่ามวลสารเป็นยอด เพราะหลวงปู่เจี๊ยะท่านเก่งในเรื่องสมุนไพรว่านยายิ่งนัก
“ยาส้ม” ของท่านที่ได้รับการถ่ายทอดจากหลวงปู่ฝั้น อาจาโร แสดงฤทธานุภาพปราบมะเร็งและไวรัสลงตับลงกระเพาะมาอย่างฉกาจฉกรรจ์ สารพัดโรคหายหมดสิ้นเมื่อพบกับยาส้มที่หลวงปู่เจี๊ยะแจกเป็นทานออกไป ทว่าขณะนี้ท่านไม่มีกำลังคนจะทำถวาย ท่านเองก็ทำไม่ไหวด้วยชราภาพแล้ว ยาเลยมีแจกบ้างไม่มีบ้าง ใครอ่านแล้วคิดไปขอ ถ้าผิดหวังก็อย่ามา “ตื้บ” ผมนะ ของอย่างนี้มันอยู่ที่ “วาสนา” ด้วยครับ
พระผงหลวงปู่มั่นรุ่นนี้ เชื่อขนมกินได้เรื่องคงกระพันชาตรี เพราะองค์เสกคือ หลวงปู่เจี๊ยะได้เคยนำลวดแหลมมาแทงแขนท่านดูขณะกำพระอยู่ ปรากฏเพียงรอยบางบอนเท่านั้น
ท่านเล่าแล้วก็ถามว่า
“รู้ไหมเพราะอะไร”
ผมเรียนว่า
“เพราะหลวงปู่ใส่ว่านสบู่เลือดผสมลงไปในพระ” (ว่านนี้มีสรรพคุณทางอยู่คงชะงัดนัก)
ท่านมองหน้าผมนิ่งก่อนจะอุทานเสียงดังว่า
“เออ ! ไอ้เปี๊ยกมันรู้เว้ย” ผมก็เป็นปลื้มไปเท่านั้น ผลไม้ที่ผมชอบที่สุดก็ “ลูกยอ” นี่แหละ
ตอนนี้วัดป่าภูริทัตตปฏิปทารามกำลังดำเนินการสร้างพระมหาเจดีย์อยู่โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเก็บรักษาบริขารของหลวงปู่เจี๊ยะ เพื่อบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ และที่สำคัญสุดเหนืออื่นใด คือเพื่อบรรจุ “เขี้ยว” ของท่านพระอาจารย์มั่น ภูริทัตตมหาเถระ ซึ่งท่านมอบให้กับหลวงปู่เจี๊ยะไว้เป็นที่ระลึกตั้งแต่ปี พ.ศ.2483
จึงพูดได้เต็มปากว่าใครร่วมสร้างบุญในการนี้ มนุษย์สมบัติ สวรรค์สมบัติคงอยู่ไม่ไกล เพราะการสร้างอุทเทสิกเจดีย์นั้นมีอานิสงส์ยิ่งใหญ่ไพศาลนัก ยิ่งสร้างเพื่อบูชาคุณของพระพุทธเจ้าด้วยการบรรจุพระบรมสารีริกธาตุไว้สักการะ สร้างเพื่อบรรจุ
“ทันตธาตุ” ของพระวิสุทธิสงฆ์เช่นหลวงปู่มั่น ภูริทัตตมหาเถระ และสร้างเพราะต้องการบูชาคุณของพระสุปฏิบัติดัง หลวงปู่เจี๊ยะ จุนโท
ไม่ต้องสงสัยเลยว่าบุญนั้นจะส่งผลโดยเร็ว ส่งผลโดยพลัน ท่านทั้งหลายอย่ารีรอในการเก็บเกี่ยวบุญอันบริสุทธิ์บริบูรณ์เช่นนี้เลย จะไปด้วยตนเองยิ่งดี ส่งธนาณัติไปก็ดี เป็นบุญทั้งนั้น
ผมอยากให้ทุกท่านมีชีวิตที่ดีขึ้นด้วยกรรมดี มิใช่รอโชคดีครับ...
หมายเหตุ - ขอขอบคุณคุณชาและท่านเจ้าของพระทุกท่านด้วยครับ
