Switch to full style
รวมบทความที่น่าสนใจต่าง ๆ จากนักเขียนชื่อดัง และ ผู้ที่ทรงภูมิความรู้มากมาย
ตอบกระทู้

หลวงปู่เจี๊ยะ จุนโท วัดป่าภูริทัตตปฏิปทาราม จ.ปทุมธานี

อาทิตย์ 05 เม.ย. 2009 10:20 pm

re1.jpg
re1.jpg (12.87 KiB) เปิดดู 13427 ครั้ง

หลวงปู่เจี๊ยะ จุนโท วัดป่าภูริทัตตปฏิปทาราม อ.สามโคก
จ.ปทุมธานี พระสุปฏิบันโนที่ควรแก่การบูชา


โดย รณธรรม ธาราพันธุ์

ในกระบวนศิษย์ยุคเก่าก่อนรุ่นหลวงปู่มั่นปั้นมากับมือ นับวันก็มีแต่ถอยถดหดหายไป บางองค์“นิพพาน” จากไป บางองค์ก็ “ละสังขาร” จากไป แต่ไม่ว่าจะเป็นแบบใดแทบทุกองค์ก็ล้วนเป็นพระแท้ทั้งสิ้น ยุคปัจจุบันนอกเหนือจากหลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน วัดป่าบ้านตาด อ.เมือง จ.อุดรธานี ผู้ที่หลวงปู่มั่นออกปากว่า “เอาท่านมหานี่แหละ เป็นที่พึ่งของหมู่คณะต่อไป” แล้วองค์หนึ่ง ก็คงมี หลวงปู่เจี๊ยะ จุนโท นี่แหละครับที่อยู่ใกล้ชาวกรุงมากที่สุด อีกทั้งเป็นพระที่กราบได้สนิทใจ

ก้อที่ท่านมาอยู่วัดป่าภูริทัตตฯ หรือ "วัดสน" ทุกวันนี้ ไม่ใช่เพราะ “ท่านมหา” ของหลวงปู่มั่นขอเอาไว้ดอกหรือ ไม่อย่างนั้นพระแท้ที่ประเสริฐในข้อวัตรปฏิบัติ พระผู้วิสุทธิจิต คงไม่มานั่งเป็นนาบุญอันเลิศให้คนกรุงคนใกล้ได้ต่อบุญเช่นนี้หรอก ท่านกลับบ้านเกิดที่เมือง “จันทบูร” ไปนานแล้ว ถ้ากลับจริงก็สบายผม เพราะผมคนชลถึงจะไม่มี “ฮิ” เหมือนคนจันท์ก็เหอะ

หลวงปู่เจี๊ยะท่านบวชอยู่กับ ท่านพ่อลี ธมฺมธโร วัดอโศกราราม ขณะที่ท่านพ่อลีไปสร้างวัดป่าคลองกุ้งเอาไว้ที่เมืองจันท์ จากนั้นท่านจึงค่อยธุดงค์ไปอยู่กับพ่อแม่ครูอาจารย์มั่น จึงไม่น่าแปลกใจที่หลวงปู่เจี๊ยะจะมี “จิตตานุภาพ” ที่ล้ำลึก มีธรรมเทศนาที่แน่นอนฉาดฉานกระทบใจ เร่งเร้าให้ศิษย์เกิดความทะยานอยากในการปฏิบัติธรรม

คุณธรรมที่แน่นอนของท่านเคยกระแทกเปรี้ยงเข้าที่หน้าผมหลายครั้ง เช่น คราวหนึ่งผมไปกราบท่านที่วัด คุยไปได้สักพักผมก็ออกปากขอไม้หมอ(ไม้สีฟันพระป่า)ของท่าน แต่ท่านไม่ให้ ท่านว่า

“เอาไปทำไม ของสกปรก”

เมื่อท่านเห็นผมสลดเพราะพลาดหวัง ท่านจึงบอกว่า

“เอาเหรียญอาจารย์ของเราดีกว่า”

แล้วท่านก็ค่อย ๆ เดินไปหยิบโลหะดำ ๆ มาสองอัน เข้าใจว่าท่านจะให้ผม 1 เหรียญ และให้เพื่อนที่ไปด้วยอีก 1 เหรียญ ผมก็นั่งคิดว่าผมไม่อยากได้เล้ยเหรียญขององค์อื่น ผมอยากได้รูปท่าน อยากได้ “พลัง” ของท่านต่างหาก

เมื่อท่านกลับมาถึง ท่านก็นั่งลงบนตั่งแล้วยกเหรียญทั้งสองอันขึ้นมาไว้ในลักษณะ “เพ่ง” ผมนึกรู้ทันทีว่าท่านกำลังอธิษฐานจิตให้ ใจช่างคิดมันก็สรุปเอาว่า โฮ้ย! อธิษฐานให้อย่างนี้คงเป็นเหรียญตาย ไม่ทันเจ้าของเก่าปลุกเสกแน่ ไม่อย่างนั้นหลวงปู่คงไม่ “ซ้ำ" ให้อย่างนี้หรอก เพราะธรรมเนียมพระป่าเมื่อครูบาอาจารย์เสกแล้วศิษย์มักไม่เสก “ซ้ำ” อีก...คิดเพียงเท่านี้

ฟ้าก็ผ่าเปรี้ยงลงที่ผมทันที

“อ้าว! นี่เหรียญปู่ขาว นี่ทันนะ ท่านให้หลวงตาไว้ทั้งถุง ท่านให้กับมือนะ ดูสิ...ดูหลังเหรียญ พ.ศ.18 ท่านมรณะ 26 ทันนะ ไม่ใช่ไม่ทัน”

ท่านใส่เปรี้ยง ๆ แบบไม่ยั้งตามลักษณะของท่านที่โผงผาง เสียงดัง และพูดจริง ท่านว่าพลางส่งเหรียญพลาง สั่งกำชับให้พลิกดูให้รู้แก่ใจ ผมก็สะอึกสะอื้นตื้นตันใจ ปรีดาที่ได้ของดี แต่ก็ ”โตะใจโหมะเลย” เหมือนกัน

นั่นเป็นครั้งแรกที่ได้เห็น “อภิญญา” ของท่าน
หน้า re1.jpg
หน้า re1.jpg (19.67 KiB) เปิดดู 13421 ครั้ง

หลัง re1.jpg
หลัง re1.jpg (20.31 KiB) เปิดดู 13419 ครั้ง

จากนั้นผมก็กลายเป็นขาประจำของวัดสน ไปเสมอเมื่อว่าง ไปเพื่อสร้างบุญ และรอคอยพระยอดธงรุ่น 2 ของท่าน คือหลวงปู่เคยสร้างพระยอดธงไว้รุ่นหนึ่ง เป็นการรวบรวมพระบูชาสมัยเชียงแสน สุโขทัย อู่ทอง ที่เก่าชำรุด และโลหะธาตุอันทรงคุณค่าต่าง ๆ มากมายมาหล่อหลอมและเทเป็นพระยอดธง ทั้งหมดทำกันภายในวัดเป็นส่วนตัว ไม่มีการจองไม่มีการเช่าบูชาแต่อย่างใด บุญวาสนาใครถึงหลวงปู่ก็แจก ท่านอธิษฐานจิตเพียงองค์เดียว แจกไปไม่นานก็มีประสบการณ์อื้ออึง

ศิษย์คนหนึ่งที่ได้รับไป เล่าให้ผมฟังว่าเขาขับรถเก๋งไปธุระยังต่างจังหวัด โชคร้ายเอาหนักหนา รถเกิดประสานงาชนิด“แซนด์วิช” เขาอยู่กลาง รถที่วิ่งมาปะทะด้านหน้าเป็นรถเก๋ง แต่ที่อัดก๊อปปี้เข้าด้านท้ายเป็นรถตู้ เขาเล่าว่ารถเขาถึงกับกระดอนขึ้นไปในอากาศก่อนที่จะหล่นตุ้บลงมาแน่นิ่ง ความเสียหายไม่ต้องพูดถึง

เละหมดสิ้นทั้งสามคัน

จำนวนคนตายและคนเจ็บผมไม่อาจจำได้ เพราะตากำลังพองอยู่กับสร้อยพระที่เขาแขวนพระยอดธงรุ่นแรกของหลวงปู่เจี๊ยะเพียงองค์เดียว เขาบอกว่าคนทั้งรถไม่มีใครแขวนพระเลย มีเขาคนเดียว แต่ท่านก็แผ่บารมีไปคุ้มครองได้ทั้งคันรถ และมีเฉพาะรถเขาเท่านั้นที่ผู้โดยสารไม่มีใครได้รับบาดเจ็บเลย

นี่สิแน่จริง!

re1.jpg
พระยอดธงรุ่นแรก
re1.jpg (9.19 KiB) เปิดดู 13426 ครั้ง

เนื้อหาของพระยอดธงรุ่นนี้สวยมาก เพราะเป็นแต่โลหะเก่าแก่มาหลอมสร้าง แม้เนื้อหาจะดูใหม่ในทีแรก แต่เมื่อเก็บไว้นานวัน เนื้อก็จะกลับดำไปเองตามธรรมชาติ แลดูสวยซึ้งทีเดียว รุ่นแรกหมดไปนานเนแล้ว หลายปีที่แล้วท่านก็สร้างรุ่น 2 ออกมาอีก งดงามไม่แพ้รุ่นแรกเช่นกัน เพราะท่านให้ศิษย์เสาะหามวลสารอย่างเดิมมาทำ และตอนนี้ก็หมดไปอีกแล้ว
รุ่น 2 re1.jpg
พระยอดธงรุ่นสอง
รุ่น 2 re1.jpg (5.65 KiB) เปิดดู 13421 ครั้ง

ใครที่เคารพท่านอยู่แล้ว หรือกำลังจะเคารพไม่ต้องระทดท้อ เพราะนี่เป็นครั้งแรกที่ท่านเมตตาอนุญาตให้ศิษย์ได้สร้างเหรียญของท่านขึ้นในวาระที่ท่านอายุครบ 82 ปี ในพ.ศ.2539 เหรียญรุ่นนี้ท่านแผ่เมตตาอธิษฐานจิตให้อย่างเต็มที่สมกับเป็นรุ่น 1
re1.jpg
เหรียญรุ่นแรกหลวงปู่เจี๊ยะ พิมพ์ใหญ่ บล็อคกษาปณ์
re1.jpg (12.01 KiB) เปิดดู 13416 ครั้ง

ขนาดของเหรียญก็กำลังน่ารัก ไม่ใหญ่ไม่เล็กจนเกินไป ในวันทำบุญอายุคนเข้าแถวรับแจกกันล้นหลาม เข้าใจว่าทุกวันนี้น่าจะพอเหลืออยู่ ใครว่างก็รีบไปเถิดอย่าทำตัวเป็น “เสือปืนฝืด” อยู่เลย ชักช้าเดี๋ยวจะอดนะครับ ภาษิตที่ว่า “ช้า ๆ ได้พร้าเล่มงาม” น่ะ เขาเอาไว้ใช้เป็นบางกรณี ในเรื่องพระเครื่องนี้ถ้า “ช้า ๆ จะอดได้พระองค์งาม” จ้ะ
หลวงปู่เจี๊ยะ หน้า re1.jpg
หลวงปู่เจี๊ยะ หน้า re1.jpg (14.89 KiB) เปิดดู 13409 ครั้ง

หลวงปู่เจี๊ยะ  หลัง re2.jpg
หลวงปู่เจี๊ยะ หลัง re2.jpg (15.18 KiB) เปิดดู 13412 ครั้ง

วัตถุมงคลที่น่าสนใจอีกองค์หนึ่งก็คือ พระผงรูปเหมือนหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต พระมหาบูรพาจารย์แห่งวงศ์กัมมัฏฐาน ซึ่งผมไม่แน่ใจว่าหลวงปู่มีบัญชาให้ศิษย์คนใดเป็นผู้รับดำรินี้ไปสร้าง ทราบแต่ว่ามวลสารเป็นยอด เพราะหลวงปู่เจี๊ยะท่านเก่งในเรื่องสมุนไพรว่านยายิ่งนัก

“ยาส้ม” ของท่านที่ได้รับการถ่ายทอดจากหลวงปู่ฝั้น อาจาโร แสดงฤทธานุภาพปราบมะเร็งและไวรัสลงตับลงกระเพาะมาอย่างฉกาจฉกรรจ์ สารพัดโรคหายหมดสิ้นเมื่อพบกับยาส้มที่หลวงปู่เจี๊ยะแจกเป็นทานออกไป ทว่าขณะนี้ท่านไม่มีกำลังคนจะทำถวาย ท่านเองก็ทำไม่ไหวด้วยชราภาพแล้ว ยาเลยมีแจกบ้างไม่มีบ้าง ใครอ่านแล้วคิดไปขอ ถ้าผิดหวังก็อย่ามา “ตื้บ” ผมนะ ของอย่างนี้มันอยู่ที่ “วาสนา” ด้วยครับ

พระผงหลวงปู่มั่นรุ่นนี้ เชื่อขนมกินได้เรื่องคงกระพันชาตรี เพราะองค์เสกคือ หลวงปู่เจี๊ยะได้เคยนำลวดแหลมมาแทงแขนท่านดูขณะกำพระอยู่ ปรากฏเพียงรอยบางบอนเท่านั้น

ท่านเล่าแล้วก็ถามว่า

“รู้ไหมเพราะอะไร”

ผมเรียนว่า “เพราะหลวงปู่ใส่ว่านสบู่เลือดผสมลงไปในพระ” (ว่านนี้มีสรรพคุณทางอยู่คงชะงัดนัก)

ท่านมองหน้าผมนิ่งก่อนจะอุทานเสียงดังว่า

“เออ ! ไอ้เปี๊ยกมันรู้เว้ย”

ผมก็เป็นปลื้มไปเท่านั้น ผลไม้ที่ผมชอบที่สุดก็ “ลูกยอ” นี่แหละ

re1.jpg
re1.jpg (15.31 KiB) เปิดดู 13399 ครั้ง

ตอนนี้วัดป่าภูริทัตตปฏิปทารามกำลังดำเนินการสร้างพระมหาเจดีย์อยู่โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเก็บรักษาบริขารของหลวงปู่เจี๊ยะ เพื่อบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ และที่สำคัญสุดเหนืออื่นใด คือเพื่อบรรจุ “เขี้ยว” ของท่านพระอาจารย์มั่น ภูริทัตตมหาเถระ ซึ่งท่านมอบให้กับหลวงปู่เจี๊ยะไว้เป็นที่ระลึกตั้งแต่ปี พ.ศ.2483
.jpg
.jpg (9.05 KiB) เปิดดู 13400 ครั้ง

จึงพูดได้เต็มปากว่าใครร่วมสร้างบุญในการนี้ มนุษย์สมบัติ สวรรค์สมบัติคงอยู่ไม่ไกล เพราะการสร้างอุทเทสิกเจดีย์นั้นมีอานิสงส์ยิ่งใหญ่ไพศาลนัก ยิ่งสร้างเพื่อบูชาคุณของพระพุทธเจ้าด้วยการบรรจุพระบรมสารีริกธาตุไว้สักการะ สร้างเพื่อบรรจุ “ทันตธาตุ” ของพระวิสุทธิสงฆ์เช่นหลวงปู่มั่น ภูริทัตตมหาเถระ และสร้างเพราะต้องการบูชาคุณของพระสุปฏิบัติดัง หลวงปู่เจี๊ยะ จุนโท

.jpg
.jpg (47.82 KiB) เปิดดู 13399 ครั้ง

ไม่ต้องสงสัยเลยว่าบุญนั้นจะส่งผลโดยเร็ว ส่งผลโดยพลัน ท่านทั้งหลายอย่ารีรอในการเก็บเกี่ยวบุญอันบริสุทธิ์บริบูรณ์เช่นนี้เลย จะไปด้วยตนเองยิ่งดี ส่งธนาณัติไปก็ดี เป็นบุญทั้งนั้น

ผมอยากให้ทุกท่านมีชีวิตที่ดีขึ้นด้วยกรรมดี มิใช่รอโชคดีครับ...



หมายเหตุ - ขอขอบคุณคุณชาและท่านเจ้าของพระทุกท่านด้วยครับ :P

Re: หลวงปู่เจี๊ยะ จุนโท วัดป่าภูริทัตตปฏิปทาราม จ.ปทุมธานี

จันทร์ 06 เม.ย. 2009 12:22 am

สาาาาาาธุ.......

Re: หลวงปู่เจี๊ยะ จุนโท วัดป่าภูริทัตตปฏิปทาราม จ.ปทุมธานี

จันทร์ 06 เม.ย. 2009 8:40 am

สมณัง วันทามิ
สาธุ สาธุ สาธุ

Re: หลวงปู่เจี๊ยะ จุนโท วัดป่าภูริทัตตปฏิปทาราม จ.ปทุมธานี

จันทร์ 06 เม.ย. 2009 3:23 pm

:lcky: ..พระยอดธงสวยมากๆครับ เดี๋ยวต้องหาโอกาสไปดูองค์จริงที่บางแสน หวังว่าพี่เปี้ยก (ของหลวงปู่) จะเอามาให้ชมนะครับ... :lcky:

Re: หลวงปู่เจี๊ยะ จุนโท วัดป่าภูริทัตตปฏิปทาราม จ.ปทุมธานี

จันทร์ 06 เม.ย. 2009 7:44 pm

มากลางคืนก็เรียกว่า ฝันกลางคืน

มากลางวันก็เรียกว่า ฝันกลางวัน....ครับ :lol: :lol: :lol:

Re: หลวงปู่เจี๊ยะ จุนโท วัดป่าภูริทัตตปฏิปทาราม จ.ปทุมธานี

พุธ 15 เม.ย. 2009 12:36 am

พระยอดธงคุ้มครอง

โยมกันยาโย เป็นชาวสิงคโปร์ มากราบหลวงปู่ ท่านหลับตาแล้วพูดว่า

“มึงเอาพระยอดธงไป มึงต้องใส่ให้ดีๆนะ”

“ทำไมครับ”

“เออ! มึงใส่ดี ๆ”

พอวันรุ่งขึ้นแกไปทำงาน ตอนกลับแกลืมของที่สำนักงาน กำลังสร้างตึกสูง จึงหันหลังกลับ คล้ายมีใครมาดึงชายเสื้อ พอดีเหล็กข้ออ้อยแท่งเบ้อเริ่มเทิ่มตกลงมาจากข้างบนเฉียดตัวแกในขณะที่เอี้ยวตัวนิดเดียว แกบอก

“โอ้โห ถ้าอยู่ตรงนี้หัวเละ”

นึกถึงหลวงปู่ บึ่งมาหาหลวงปู่ทันที และเรียนถามหลวงปู่ว่า

“ปู่รู้ได้ยังไง เมื่อกี้ผมเกือบตาย”

“เออ! ไม่ตายแล้ว มึงมีพระคุ้มครอง กูให้มึงไปแล้วนี่”

จากนั้นแกก็มากราบปู่ทุกปี เพราะบอกว่า “ชีวิตผมถ้าไม่มีปู่ ผมก็ตายแล้ว”

ปราบผีดุมากที่เกาะบาตั้ม

lp-jea-pic-122-02.jpg
พระและญาติโยมที่เกาะปีนังมาทำบุญกับหลวงปู่
lp-jea-pic-122-02.jpg (6.68 KiB) เปิดดู 13219 ครั้ง


ในขณะที่พักที่สิงคโปร์ มีอีกเหตุการณ์หนึ่งที่น่านำมาพิจารณาและเป็นคติ คือ มีโยมคนอินโดนีเซียมานิมนต์ท่านไปที่เกาะบาตั้ม อินโดนีเซีย เพราะที่นั่นเขาร่ำลือกันว่าผีดุมาก เฮี้ยนมาก คนงานที่โรงงานล้มป่วยมากโดยไม่ทราบสาเหตุของโรคที่เป็น เจ้าของโรงงานไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรดี เพราะไม่มีใครกล้ามาทำงาน คนงานกลัวหนีหมดเลย หาหมอผีมาจากที่ต่างๆ ก็เอาไม่อยู่ เฮี้ยนมากๆ เขาจึงมานิมนต์หลวงปู่ไป นั่งเรือไฮโดรสปีดจากสิงคโปร์ไปเกาะบาตั้มประมาณ ๔๐ นาที

เมื่อไปถึงที่โรงงานแห่งนั้น หลวงปู่ท่านอุทานว่า “โอ้โฮ ! ผีเยอะฉิบหายเลย”

ท่านจึงให้เขาเอาผ้าขาว ผ้าแดง มาเขียนยันต์ แล้วนำมาห่อก้อนหินแล้วจึงนั่งสมาธิปลุกเสก ในขณะที่ทำพิธีอยู่นั้นหลวงปู่กระซิบบอกพระว่า

“เฮ้ย! อย่าไปบอกใครนะ เดี๋ยวถึงหูอาจารย์มหาบัวเข้า ด่าผมแน่เลย”

เมื่อปลุกเสกเสร็จ ท่านขึ้นนั่งรถเข็นให้พระเข็นไปตามทิศทางที่ท่านสั่ง

ท่านกำหนดสมาธิแล้วบอกทิศทางให้พระเขวี้ยงก้อนหินไล่ผีตามที่ท่านสั่ง เดี๋ยวก็ทางซ้าย เดี๋ยวก็ทางขวา เสียงเขวี้ยงดังปัง ปัง ปัง บางทีพระเขวี้ยงไม่ถูกตามจุดที่ท่านส่ง ท่านก็บอกว่า “นั่นมันหนีไปทางนั้นแล้ว เข็นๆ ตามมันไป”

พระรูปนั้นท่านเล่าว่าเหมือนในหนังโปเยโปโลเย ยังไงยังงั้นเลย

เมื่อพระทำไม่ทันใจท่าน ท่านพยายามลุกขึ้นมาทำเอง เข้าท่านสวมใส่รองเท้าไม่ได้ ท่านเอาเชือกมัดรองเท้าให้ติดกับเท้าแล้วพันๆ หลายๆ รอบ เดินเป๋หน้าเป๋หลัง จวนเจียนจะล้ม

“มาจับกูหน่อยซิไอ้ห่า กูจะล้มอยู่แล้ว” ท่านตวาดเสียงดัง

“ไอ้ผีพวกนี้มันหนีไว ชักช้าไม่ได้เราต้องเร็ว”

เมื่อเสร็จพิธีท่านก็พักอยู่ที่นั่น ๒ วัน จึงเดินทางกลับสิงคโปร์ มาพักที่วัดป่าเลไลยก์ คืนที่พักวัดป่าเลไลยก์นั้นท่านเล่าว่า

“โอ้โห ผีใหญ่เบ้อเริ่มเทิ่ม ดำปึ้ดเลย จะมาทับท่าน เกิดมาในชีวิตผมเจอผีดุ ๒ ครั้ง ครั้งแรกที่วัดเขาแก้ว ครั้งนี้ผีดุ แม่งมันใหญ่ฉิบหายเลยจะมาทับ โอ้โห อย่างใหญ่ เมื่อคืนปราบไปเรียบร้อยส่งไปเกิดแล้ว สบาย”

ท่านพูดจบแล้วหัวเราะยิ้ม ๆ

...จากหนังสือหลวงปู่เจี๊ยะ พระผู้เป็นดั่งผ้าขี้ริ้วห่อทอง...

Re: หลวงปู่เจี๊ยะ จุนโท วัดป่าภูริทัตตปฏิปทาราม จ.ปทุมธานี

พุธ 15 เม.ย. 2009 12:41 am

สาาาาา.......ธุ

ขอบคุณครับ (มีอีกไหมเนี่ยยย :mrgreen: )

Re: หลวงปู่เจี๊ยะ จุนโท วัดป่าภูริทัตตปฏิปทาราม จ.ปทุมธานี

เสาร์ 18 เม.ย. 2009 10:45 am

องค์เดียวในสายนี้ มันส์จริงๆ :ilu:

Re: หลวงปู่เจี๊ยะ จุนโท วัดป่าภูริทัตตปฏิปทาราม จ.ปทุมธานี

เสาร์ 18 เม.ย. 2009 12:07 pm

เคยแต่ผ่าน ยังไม่เคยแวะเข้าไปเลย คราวหน้าไม่พลาดแน่ครับ ขออนุโมทนาด้วย

Re: หลวงปู่เจี๊ยะ จุนโท วัดป่าภูริทัตตปฏิปทาราม จ.ปทุมธานี

จันทร์ 20 เม.ย. 2009 7:47 am

โมนาด้วย :lol:

Re: หลวงปู่เจี๊ยะ จุนโท วัดป่าภูริทัตตปฏิปทาราม จ.ปทุมธานี

ศุกร์ 08 พ.ค. 2009 10:38 am

วิชาหนังเหนียว

วันหนึ่งมีผู้หญิงวัยแก่คนหนึ่ง แกอยากอยู่ยงคงกะพัน อยากหนังเหนียว นิมนต์ให้หลวงปู่เป่าหัวให้สุดยอดไปเลย หลวงปู่ก็สอนว่าของพวกนี้ไม่จีรังยั่งยืนศักดิ์สิทธิ์วิเศษเท่ากับภาวนาพุทโธหรอก แกก็ไม่เอาพุทโธ อยากหนังเหนียวอยู่อย่างเดียว

ท่านรำคาญจึงเป่าหัวปู๊ดๆ ให้แกก็กลับไปด้วยความสบายใจที่ได้ถูกเป่าเสกกระหม่อมด้วยวิชาหนังเหนียว

หลังจากนั้นเวลาผ่านไปประมาณครึ่งเดือน เสียงรถพยาบาลวิ่งเข้ามาที่วัดป่าภูริทัตต ฯ อย่างรีบด่วน จอดที่หน้ากุฏิหลวงปู่ ผู้หญิงคนเดิมร้องโอดโอยด้วยความเจ็บปวด แพทย์พยาบาลนำเธอเข้ามากราบเรียนท่านว่า

“หลวงปู่เจ้าคะช่วยเป่ากระหม่อมถอดถอนวิชาหนังเหนียวให้ด้วยเถอะ ตอนนี้จะตายอยู่แล้ว ปวดท้องเหลือเกินไส้ติ่งจะแตกอยู่แล้ว หมอพยายามผ่าตัด เข็มฉีดยาก็ไม่เข้า เชือดเท่าไหร่ เฉือนเท่าไหร่ก็ไม่เข้า มันเหนียวจริง ๆ หนังดิฉันนี่”

เธอพูดทั้ง ๆ ที่มือกุมท้องอย่างน่าเวทนาสงสาร

หลวงปู่จึงเป่าหัวให้ เธอก็กลับไปผ่าตัดที่โรงพยาบาลโดยรีบด่วนได้อย่างปกติ

ด้ามขวานมีเท่าไหร่กลึงให้ฟรีหมด

โยมคนหนึ่งมีโรงกลึงไม้อยู่แถวหัวลำโพง เมื่องานวันเกิดหลวงปู่ใกล้มาถึง พระจะนำไม้ไปจ้างกลึงด้ามขวานเพื่อแจกในงานทีละเยอะ ๆ แกเห็นพระเณรทำขวานเยอะ ๆ ก็เกิดความสงสัยว่า พระวัดนี้มันจะไปสู้รบออกศึกที่ไหน ถึงทำแต่ของมีคม แกจึงเดินทางมากราบหลวงปู่

แกมากราบก็ไม่ได้เกิดศรัทธาเลื่อมใสอะไรมากมาย ก็เหมือน ๆ กับกราบพระทั่ว ๆ ไป พระอาจารย์เขียว (พระอุปัฏฐาก) ให้เส้นเกศาพลวงปู่ไปเป็นที่ระลึก แกเอาไปก็เอาไปไว้หิ้งพระ

วันหนึ่งแกทำความสะอาดหิ้งพระ จึงเอามาเปิดดูปรากฏว่า เส้นเกศาได้รวมตัวเป็นก้อนกลายเป็นพระธาตุที่สวยงาม ตั้งแต่นั้นมาการงานเข้ามาจนทำไม่หวาดไม่ไหว สิ่งดี ๆ อะไร ๆ ตามมาหมด แกเกิดศรัทธาเลื่อมใสอย่างมากเมื่อพระไปติดต่อกลึงด้ามขวานเป็นจำนวนมากเพื่อใช้แจกในงานพระราชทานเพลิงศพ เขาบอกว่า สำหรับหลวงปู่เจี๊ยะแล้วมีเท่าไหร่เอามาเลย ไม้ที่นี่มีเท่าไหร่ให้หมดเลย งานอื่นไม่ต้องทำ ทำงานนี้งานเดียว งานพระอรหันต์อย่างนี้หาที่ไหนไม่มีอีกแล้ว (เขาพูดได้เยี่ยมจริงๆ)

...จากหนังสือหลวงปู่เจี๊ยะ พระผู้เป็นดั่งผ้าขี้ริ้วห่อทอง...

Re: หลวงปู่เจี๊ยะ จุนโท วัดป่าภูริทัตตปฏิปทาราม จ.ปทุมธานี

ศุกร์ 08 พ.ค. 2009 11:18 am

สาาาาธุ..........

ขอบคุณครับพี่เบค :D

Re: หลวงปู่เจี๊ยะ จุนโท วัดป่าภูริทัตตปฏิปทาราม จ.ปทุมธานี

เสาร์ 09 พ.ค. 2009 6:18 pm

ขอบคุณมากครับคุณเบคแฮ่ม :lol:
ตอบกระทู้