อังคาร 30 ก.ย. 2008 6:14 pm
หลวงพ่อสมภพ เตชปุญโญ ตอนพุทธบารมีแผ่ไพศาลอีกหนึ่งบริบทของหลวงพ่อ
โดย ศิษย์กวง จาก
http://www.oknation.net/blog/sitthi/2008/06/06/entry-1

- 01.jpg (18.27 KiB) เปิดดู 2489 ครั้ง
ปีนี้ผมได้มีโอกาสเข้าร่วมกิจกรรมกับทางพุทธอุทยานธรรมโกศลเป็นครั้งที่สองแล้ว โดยครั้งแรกเป็นกิจกรรมการสวดนพเคราะห์ส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ และงานวัดสรงน้ำ
“หลวงปู่เผือก ปฐมสมภารวัดสาลีโข”

- 02.jpg (32.99 KiB) เปิดดู 2488 ครั้ง
คงเหลืออีกครั้งหนึ่งคือการสรงน้ำในโอกาสครบรอบวันเกิดของ
"ท่านหลวงพ่อสมภพ เตชปุญโญ หรือหลวงพ่อสาลีโข" แห่งพุทธอุทยานธรรมโกศล อำเภอลาดหลุมแก้ว จังหวัดปทุมธานี…
สำหรับเรื่องราวประวัติความเป็นมาของท่านหลวงพ่อสมภพ เตชปุญโญ ผมคงจะละไปซึ่งการเขียนถึงเนื่องจากในปัจจุบันมีสื่อต่างๆ เขียนถึงท่านอย่างมากมาย เพื่อนๆสามารถหาอ่านกันได้ไม่ยากนัก ดังนั้นบันทึกของผม คงเป็นเพียงส่วนน้อยนิดที่เข้ามาประกอบเพื่อเป็น
“บทหนึ่งในการเสริมความเป็นปัจจุบัน” ของท่านเท่านั้นเอง

- 03.jpg (23.05 KiB) เปิดดู 2486 ครั้ง
หลวงพ่อสมภพ ท่านเริ่มมีชื่อเสียงในกลุ่มของนักนิยมคติทางด้านไสยศาสตร์ เวทมนต์คาถา เพราะวัตถุมงคลที่ท่านสร้างขึ้นมาเป็นที่ระลึกแก่บรรดาลูกศิษย์มีประสบการณ์เกิดขึ้นเนืองๆ จนเมื่อ
"หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ได้ลงพาดหัวข่าวถึง ความหนังเหนียวของ
"กำนันผู้มีอิทธิพล" ท่านหนึ่ง ซึ่งโดนถล่มด้วยปืนเอ็ม ๑๖ ในระยะประมาณวาเศษแต่ไม่เป็นอะไรมากนัก แค่ขนคิ้วหายไปหมด แต่ตำรวจที่ติดตามกำนันท่านนี้มาต้องเสียชีวิตจากการกระหน่ำยิงในครั้งนี้ ทั้งๆที่ในคอของตำรวจคนนี้แขวนพระเป็นพวง แต่กำนันท่านนี้มีเพียง
“เหรียญหลวงปู่เผือก” ...ที่สร้างและปลุกเสกโดยท่านหลวงพ่อสมภพ แขวนอยู่เพียงเหรียญเดียว ซึ่งเรื่องที่กำนันท่านนี้โดนยิงไม่เข้าทำให้ชื่อเสียงของท่านหลวงพ่อสมภพ โด่งดังเป็นที่รู้จักของคนทั่วไปทันที.....

- 04.jpg (25.7 KiB) เปิดดู 2485 ครั้ง
ผมเองก็เริ่มรู้จักหลวงพ่อสมภพจากคำบอกเล่าของรุ่นพี่ และได้สะสมเรื่องราวและความรู้สึกต่างๆไว้ตลอดด้วยความเลื่อมใสศรัทธา ผมไม่ปฏิเสธตัวเองหรอกครับว่าตัวเรามีใจโน้มเอียงไปในเรื่องของความหนังเหนียวหรือคงกระพันชาตรี ผมคิดว่ามันเป็น
"บทเริ่มต้น" ของการชักนำพวกผมและเพื่อนร่วมอุดมคติให้มาสนใจในเรื่องของคำว่า
“พุทธคุณ” จะว่าไปแล้วท่านหลวงพ่อสมภพนี่แหละครับที่เปรียบเสมือนใบเบิกทางนำพวกเราเข้าสู่วงโคจรของ
"พระพุทธศาสนา" ที่มีอะไรหลายๆอย่างมากไปกว่าการทำบุญขึ้นบ้านใหม่ การไปงานบวชพระ หรือแม้กระทั่งการไปร่วมงานบำเพ็ญกุศลต่างๆ ตามความคิดของเด็กๆ..

- 05.jpg (15.14 KiB) เปิดดู 2485 ครั้ง
และก็เป็นเรื่องจริงที่ต้องยอมรับประการหนึ่งว่า คนทั่วไปรู้จักท่านหลวงพ่อสมภพ ในแง่ของการเป็น
"นักไสยศาสตร์" อาคมขลัง ปลุกเสกของขึ้น ซึ่งตัวหลวงพ่อเองก็เอ่ยปากว่า เส้นทางในบวรพุทธศาสนาของท่านเองก็เริ่มต้นมาจากจุดนั้นเหมือนกับพวกเรา ความรู้สึกของพวกผมที่มีกับท่านเป็นอย่างนี้มาตลอด...
หลังงานสรงน้ำหลวงปู่เผือกได้มีโอกาสกราบนมัสการท่านอีกครั้ง ระหว่างการสนทนาท่านเมตตาเล่าให้พวกเราฟังถึงปรมาจารย์นักนิยมสะสมพระท่านหนึ่ง คือ..

- 06.jpg (32.39 KiB) เปิดดู 2484 ครั้ง
"ตรียัมปวาย" หรือ
"พันเอกประจญ กิตติประวัติ" ชื่อของท่านผู้นี้โด่งดังมากในวงการพระ เนื่องจากท่านเป็นนักเขียนคุณภาพและเป็นผู้ที่แต่งตำราการดูพระสมเด็จวัดระฆัง และตำราการดูพระเบญจภาคี หนังสือที่ท่านเขียนขึ้นได้ถูกใช้กันอย่างแพร่หลาย...ช่วงนั้น
"อาจารย์ตรียัมปวาย" กำลังวุ่นวายอยู่กับการตีความพระเครื่ององค์หนึ่งที่มีรูปลักษณ์ปิดตา ปิดหู ฯลฯ หลายความเห็นว่าน่าจะเป็น
พระควัมปติ (พระปิดตา) ซึ่งเป็นพระอรหันต์องค์หนึ่ง ความวุ่นวายเริ่มยุติลงเมื่อหลวงพ่อสมภพ ก้าวขึ้นไปที่สำนักงาน อาจารย์ตรียัมปวายจึงได้ให้หลวงพ่อสมภพช่วยดูว่าพระองค์นี้คืออะไร

- 07.jpg (8.82 KiB) เปิดดู 2482 ครั้ง
“ฉันก็ไม่แน่ใจ เพราะเหตุหนึ่งเราไม่ใช่คนต้นคิดจึงไม่รู้ถึงเจตนาของผู้สร้างว่าต้องการสื่ออะไร แต่ถ้าตามคัมภีร์หรือตำรับตำราที่ฉันเคยศึกษา น่าจะเป็นพระ “ปิดทวารทั้งเก้า” ที่พูดเช่นนี้เพราะว่า ฉันศึกษาการทำผงพุทธคุณ การทำผงพุทธคุณจะต้องเริ่มต้นที่ “ปถมัง” ก่อน”

- 08.jpg (16.33 KiB) เปิดดู 2479 ครั้ง
(ภาพพระปิดตาหรือพระภควัมบดี ที่สร้างขึ้นจากผงมหาราชและปถมัง ปี ๒๕๑๘)

- 09.jpg (15.85 KiB) เปิดดู 2478 ครั้ง
“ปถมังพินทุ เราเรียกว่าปถมังตั้งตัว ตั้งตัวแล้วลบ ตั้งตัวแล้วลบ เกิด ดับ เกิด ดับ ผ่านโลกียะ เข้าโลกุตตระ สู่นิพพาน มหานิพพาน...การเข้าอยู่ในความดับจิตและเจตสิก มีสัญญาและเวทนาเป็นต้น เรียกว่า นิโรธสมาบัติ ซึ่งก็คือการเข้าสู่การดับสนิทแห่งนามขันธ์...ดังนั้นนิโรธสมาบัติ จึงอยู่ระหว่างช่วงผ่านของโลกียะ เข้าสู่โลกุตตระ”หลวงพ่อสมภพท่านเล่าให้ผมฟังแค่นี้ ซึ่งผมเองก็ไม่ได้เข้าใจอะไรเลย เนื่องจากเรื่องของศัพท์ทางศาสนาหรือคัมภีร์อะไรก็แล้วแต่ ผมมีความรู้ก็แค่ระดับ
"ตั้งไข่" เพียงแค่ชื่อเท่านั้น รายละเอียดอื่นๆ ไม่มีภูมิปัญญาเลยจริงๆ แต่สิ่งหนึ่งที่ผมได้จากคำบอกเล่าของหลวงพ่อก็คือ
"การเป็นผู้ที่รู้จริงในสิ่งที่ศึกษา" และจากวันที่อาจารย์ตรียัมปวายได้ข้อคิดเห็นอันนี้วงการนักนิยมสะสมพระเครื่อง จึงได้รู้จัก
"พระปิดทวารทั้งเก้า" ขึ้นอีกหนึ่งนามครับ....
นอกจากจะมีความสามารถในการวิเคราะห์โดยใช้หลักของตำรามาตีความหมายแล้ว
แนวความคิดส่วนตัวของท่านก็ใช่ย่อย หลวงพ่อสมภพท่านเป็นพระที่มี
อุดมการณ์และมีความมุ่งมั่นที่จะสืบสานพระพุทธศาสนาให้แผ่ขยายออกไปดังนั้นในวันที่ท่านได้ย้ายมาจำพรรษา ณ พุทธอุทยานธรรมโกศล แห่งนี้สิ่งแรกที่หลวงพ่อได้นำมาลงหลักปักแทนเสาเอกก็คือ
"ธงชาติไทย และธงธรรมจักร" ซึ่งหลวงพ่อสมภพท่านได้อธิบายตรงจุดนี้ว่า..

- 10.jpg (16.26 KiB) เปิดดู 2476 ครั้ง
“ธงชาติไทย อันมีความหมายถึง องค์สามประการ คือ ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ พร้อมด้วยธงธรรมจักร อันหมายถึงพระพุทธศาสนา เมื่อเรานำมาปักลงสถานที่แห่งนี้แล้ว ย่อมเป็นนิมิตหมายว่า ณ ที่แห่งนี้จะเป็นสถานที่ประกาศพระพุทธศาสนาและเป็นที่พึ่งทางใจของชาวไทย พร้อมกับเป็นสถานที่พึงควรแก่การทัศนศึกษาของคนทั่วไปทุกชาติและทุกภาษา ซึ่งจะเป็นส่วนหนึ่งของการประกาศศักดิ์ศรีของชนชาวไทยที่ยึดมั่นอยู่ในองค์สาม คือชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ให้ชาวโลกได้รู้จักมากขึ้นอีกส่วนหนึ่งด้วย” (ยิ้ม)
ครับจากวันที่เริ่มปักธงลงพื้น จนถึงวันนี้ พุทธอุทยานธรรมโกศลแห่งนี้ไม่เคยเลยสักวันที่จะเอาธงชาติไทยและธงธรรมจักร เข้าไปเก็บไว้ในห้องเก็บของ ถ้าเก่าหรือขาด หลวงพ่อก็จะให้นำมาเปลี่ยนใหม่และถ้าเป็นวันพระราชสมภพของในหลวง พระราชินี ก็จะมีการตั้งแท่นถวายความจงรักภักดีไว้ตลอดเวลา
เรื่องที่ผมเล่ามานี้ไม่ใช่มายกย่องแต่เป็นความจริง สามารถสอบถามได้จากชาวบ้านที่อาศัยอยู่รอบๆพุทธอุทยานแห่งนี้ได้ครับ…

- 11.jpg (17.84 KiB) เปิดดู 2472 ครั้ง
พูดถึงความเป็นผู้ที่หมั่นศึกษาและต้องรู้จริงในสิ่งที่ตนเองศึกษา ดังนั้นวัตถุมงคลทุกประเภทที่สร้างสรรค์จากสถานที่แห่งนี้ จึงมีคุณภาพและเป็นที่เสาะแสวงหาของคนทั่วไป โดยเฉพาะ
“ตะกรุด” การลงอักขระเลขยันต์ หลวงพ่อท่านจะเป็นผู้ลงเองทั้งหมด มีคำพูดหนึ่งที่หลวงพ่อกล่าวกับญาติโยมที่มากราบนมัสการท่านและท่านเมตตาลงยันต์ให้ที่หน้าผาก...

- 12.jpg (29.89 KiB) เปิดดู 2471 ครั้ง
“แผ่นทองแดงฉันยังลงให้เกิดความคงกระพันได้ นับประสาอะไรกับหนังคน” คำพูดที่มีค่ามากกว่าหลักประกันใดๆ ของจิตใจ สร้างความอบอุ่นและความมั่นคงทางจิตให้แก่ผู้ที่ได้รับจากท่าน...ถามผมว่าแล้วผมเชื่อไหม คงต้องตอบว่าเชื่อครับ และเชื่ออีกว่า การที่หลวงพ่อเป็นพระที่ตั้งมั่นใน
"สัจจะวาจา" ลมที่ท่านเป่าจากปากลงสู่กระหม่อมของลูกศิษย์ ได้คุ้มครองชีวิตหลายชีวิตให้หลุดรอดความตายมาหลายคนแล้ว

- 13.jpg (20.81 KiB) เปิดดู 2470 ครั้ง
ไม่ว่าจะเป็น กำนันผู้มีอิทธิพลของนนทบุรี ที่รอดตายจากกระสุนปืนเอ็มสิบหก
สิบเอกสมพร ดำรงวุฒินนท์ ทหารอาสาสมัครชาวไทยในสงครามลาว จากจรวดอาร์.พี.จี.
นายเหรียญ รักการ ชาวปากเกร็ด ที่โดนลูกหลงของปืน .๓๘ หรือ
นายบุญยืน ชื่นครุฑ ซึ่งโดนโจรปล้นบ้านยิงแต่ไม่ออก...
เพื่อนๆหลายท่านอาจจะคิดว่า
เรื่องเหล่านี้เป็นเรื่องปกติ ยังไม่ถึงคราวตาย ทำอย่างไรก็ไม่อาสัญ...แต่กลับคนที่โดนและรอดจากเหตุการณ์แบบนี้..ผมเชื่อว่าเขาคงไม่คิดอย่างนี้หรอกครับ...
ด้วยลักษณะของคนที่คงแก่เรียน จึงไม่แปลกที่หลวงพ่อสมภพท่านจะโปรดปรานการอ่านหนังสือมากๆ โดยเฉพาะหนังสือที่เกี่ยวกับในหลวง ศาสนา และปราชญ์ชาวตะวันออก..

- 14.jpg (36.85 KiB) เปิดดู 2469 ครั้ง
“นักคิดหรือปราชญ์ชาวตะวันตก ฉันก็ว่าเขาเก่งและทำคุณประโยชน์ให้กับโลกเรา แต่ฉันชอบของตะวันออกมากกว่า เพราะเป็นนักคิดที่ไม่จบประโยชน์แค่โลก แต่จบจนถึงจิตใจ”ผมฟังแล้วคิดตามที่หลวงพ่อท่านพูด นึกไปถึงนักวิทยาศาสตร์ ที่สร้างสรรค์การขยายระบบไฟฟ้าเมื่อซักร้อยกว่าปีมาแล้ว..จริงอยู่ว่าเราได้รับประโยชน์จากความคิดอันนี้ แต่แสงสว่างที่เราได้รับละครับมันเป็นแค่
"แสงสว่างเพียงภายนอก" อย่างเดียวหรือเปล่า เปิดก็สว่าง ปิดก็มืด...แถมวันไหนเกิดบ้องตื้น ฝนตก รถติด ยังมีการดับแถมให้อีก..แต่กับความคิดของปราชญ์ชาวตะวันออก โดยเฉพาะ
"พระพุทธเจ้าของเรา" สอนให้เราเห็น
"ความสว่างทั้งภายในและภายนอก" สำคัญคือไม่มีวันดับ....สอนให้เราจบจนถึงจิตใจจริงๆ
หลวงพ่อสมภพ ท่านจะ
"ถ่อมตัว" เสมอเมื่อพูดถึงเรื่องของการปฏิบัติหรือการอธิบายธรรม..ผมยอมรับท่านจุดหนึ่งคือ
“การยอมรับในสิ่งที่ตัวเองไม่จัดเจน” และเปิดใจ
“พร้อมที่จะศึกษา” ดังนั้นเวลาที่สนทนากับท่านก็จงอย่าแปลกใจเลยว่าบางทีหลวงพ่อท่านถึงยกย่องพระที่มีอายุและอาวุโสน้อยกว่าท่าน.....

- 15.jpg (19.57 KiB) เปิดดู 2464 ครั้ง
“ปัจจุบันฉันเจริญภาวนา สมาธิภาวนา เดินจงกลม และหมั่นทำสมาธิให้เป็นนิสัย พิจารณากายในกาย จิตในจิต ธรรมในธรรม พวกเธอเชื่อไหม เรื่องพวกนี้การจะอธิบายสักทีใช้เวลามาก ฉันเองก็ไม่ถนัด...แต่..ฉันมีความเข้าใจ”ในความไม่ถนัดของหลวงพ่อสมภพ ทำให้ผมต้องมานั่งทบทวนตัวเอง...ครับจะว่าไปแล้วถ้าความคิดของผมไม่ผิดเพี้ยนมากนัก
ศาสนาพุทธของเราไม่ได้ให้แนวทางศรัทธาเป็นพื้นฐานเช่นศาสนาอื่น แต่ให้ยึดหลักการสังเกตด้วยตนเอง และพระพุทธเจ้าของเราท่านก็ไม่สนับสนุนให้เราเชื่อตามแนวทางความคิดหรือคำสอนใดๆ โดยไม่ทดลองปฏิบัติด้วยตนเองเสียก่อน...คนเราไม่จำเป็นจะต้องเก่งทุกอย่าง สิ่งที่หลวงพ่อท่านบอกว่าไม่ถนัดจึงไม่ใช่สิ่งที่พวกเราจะตำหนิท่าน พวกที่เราควรจะตำหนิคือพวกที่ไม่รู้แล้วบอกว่ารู้ต่างหาก ไม่รู้แล้วอยู่เฉยๆก็ว่าไปอย่างแต่ไอ้พวกไม่รู้แล้วเที่ยวมอมเมาผู้คนนี่ซิครับอันตราย

- 16.jpg (16.91 KiB) เปิดดู 2463 ครั้ง
พูดถึงเรื่องของการเรียนรู้และปฏิบัติ หลวงพ่อสมภพท่านมีฉายาในสังคมชุมชนนักนิยมพระเครื่องหรือวงการพระทั่วไปว่า “หลวงพ่อสาลีโข” (ถึงตอนนี้ขอแทรกนิดครับ-ความเป็นมาของชื่อนี้หรือรายละเอียดเบื้องต้น ในส่วนของประวัติวัดสาลีโข กฎและระเบียบของสำนัก กลุ่มลูกศิษย์ และวัตถุมงคลบางส่วน ผมได้เขียนบันทึกไว้แล้วในช่วงแรกๆ หากสนใจก็ลองเลือกอ่านย้อนหลังดูได้ครับ)
ความละเอียดในการลงอักขระเลขยันต์ต่างๆ เป็นที่ยอมรับในหมู่พระเกจิอาจารย์ทั่วไปว่ามีความงดงามและถูกต้องตามตำรา พระหลายองค์ที่ได้รับการถ่ายทอดจากท่าน ได้พยายามเขียนเพื่อให้เหมือนกับหลวงพ่อ แต่ก็ยังไม่มีองค์ไหนสามารถทำได้ (ตามรูป)

- 17.jpg (11.49 KiB) เปิดดู 2463 ครั้ง
ที่ผมพูดถึงเรื่องของการเขียนยันต์ให้ถูกต้องตามตำรา เนื่องจากปัจจุบันมีพระเกจิอาจารย์หลายองค์ยังคงขาดความรู้ความเข้าใจ อักขระเลขยันต์เหล่านี้หากเขียนไม่ครบถ้วนหรือบกพร่องตกหล่น เราจะเรียกกันว่า
“อักขระวิบัติ” คำว่า
“วิบัติ” ผมคงจะไม่ต้องอธิบายอะไรมาก ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของ
"ท่านขงจื้อ" มาอธิบายแทน...

- 18.jpg (32.62 KiB) เปิดดู 2461 ครั้ง
“ถ้าภาษาไม่ถูกต้อง สิ่งที่พูดก็ไม่ตรงกับความหมายที่จะพูด เมื่อเป็นเช่นนั้นสิ่งซึ่งควรกระทำก็เป็นอันไม่กระทำ ศีลธรรมและศิลปะย่อมจะเสื่อมทรามลง ความยุติธรรมเสื่อมเสียประชากรจะวุ่นวายอย่างไม่สามารถจะช่วยอะไรได้ ด้วยเหตุฉะนี้ ภาษาจึงมีความสำคัญเหนืออื่นใด”ครับสิ่งต่างๆเหล่านี้เกิดจาก "กระบวนการเรียนรู้" คำว่าเรียนรู้นี้หลวงพ่อสมภพท่านได้อธิบายให้พวกเราฟังตามความเห็นของท่านว่า ....มีสองทางคือ
"ทางโลกและทางธรรม"…
ลักษณะของการเรียนรู้ทางโลก คือการ
"ดึงเอาปัญญาญาณ" ออกมาจากหัวสมองและบรรจุ สุ จิ ปุ ริ ลงไปจึงเกิดเป็น
"ปัญญา" (เหมือนใส่ชิปคอมพิวเตอร์นั่นแหละครับ) ซึ่งจะแตกต่างจากการเรียนรู้ทางธรรมหรือทางศาสนา ซึ่งเป็นการเรียนรู้จากภายในโดยมีศีลเป็นโครงสร้างรองรับ ให้เกิดซึ่งสมาธิและนำไปสู่ปัญญาในที่สุด ปัญญาที่ได้จากการเรียนรู้ตัวนี้จึงเป็น
"....ปัญญาบริสุทธิ์.... เป็นปัญญาที่วิสุทธิ์............"

- 19.jpg (22.53 KiB) เปิดดู 2460 ครั้ง
นี่แหละครับบันทึกของผมในเรื่องของหลวงพ่อสมภพ พระเกจิอาจารย์ที่ยอมรับความเป็นตัวตนอย่างกล้าหาญว่า
“เราเป็นนักไสยศาสตร” แต่ผมก็ได้พยายามบันทึกให้เฉียดไสยศาสตร์น้อยที่สุด คงมีติดปลายนวมแค่ประดับบารมี อยากให้เพื่อนๆได้รับรู้
"บริบทของท่านในอีกแง่มุมหนึ่ง" มุมที่ท่านบอกผมว่า

- 20.jpg (10.66 KiB) เปิดดู 2457 ครั้ง
“เราอยากให้พุทธอุทยานธรรมโกศลแห่งนี้ เป็นที่ประกาศพุทธบารมีของพระพุทธศาสนาให้แผ่ไพศาลออกไป”

- 21.jpg (23.84 KiB) เปิดดู 2455 ครั้ง
พวกผมกลุ่มลูกศิษย์ตัวน้อยๆ คิดกันแล้วว่าด้วย
“คุณสมบัติ” ดังที่กล่าวมาข้างต้น พวกเราตกลงใจกันว่า...

- 22.jpg (12.12 KiB) เปิดดู 2452 ครั้ง
ยอมให้ท่านเป็น “ผู้นำ” ในการประกาศพุทธบารมีในครั้งนี้..... สวัสดีครับ
ขอบคุณ คุณพรชนก สุขพงษ์ไทยและเพื่อนต่อ สำหรับรูปภาพและรายละเอียดบางส่วนประกอบเรื่อง คุณสมบูรณ์ ร้านนายฮ้อ สระบุรี สำหรับกำลังใจที่มีให้เสมอมา และหวังว่าจะมีให้ตลอดไปนะครับ