อังคาร 21 ก.ค. 2009 12:01 am
หลวงพ่อแย้ม ฐานยุตโต วัดสามง่าม ตอน ทองคำอยู่ที่ไหนก็เป็นทองคำ ใครอยากได้ก็มาเอาไป โดย ศิษย์กวง จาก http://www.oknation.net/blog/sitthi/2008/10/31/entry-1

- 1.jpg (52.03 KiB) เปิดดู 3118 ครั้ง
เพียงเพราะว่าการบริกรรมคาถาอาคมและถ่ายเทพลังจิตลงไปในวัตถุบางอย่าง อาจจะเป็นตัวตุ๊กตาหรือรูปภาพของสัตว์บางชนิด หรือจะเป็นการเอาแผ่นโลหะ จำพวกทองแดง ทองเหลือง ฯลฯ มาเขียนยันต์ใส่ลงไปแล้วม้วนให้เล็กๆลง เป็นท่อนยาวๆ ซึ่งเราเรียกว่าตะกรุด พลังอำนาจที่เรามองไม่เห็นก็บันดาลให้วัตถุเหล่านั้นเกิด
“ความขลัง” ขึ้นมาได้อย่างไม่น่าเชื่อ...
“ความรู้สึกเป็นเรื่องนามธรรม จับต้องไม่ได้แต่รับรู้ด้วยใจ...”

- 2.jpg (36.89 KiB) เปิดดู 3119 ครั้ง
ผมได้มีโอกาสติดตามคณะศรัทธาของคุณสมศักดิ์ ศักดิ์วิเศษชัยกุล(คุณกวง รามคำแหง) เพื่อไปกราบนมัสการ
“หลวงพ่อแย้ม ฐานยุตโต” หรือ
“ท่านพระครูประยุตนวการ” เจ้าอาวาส
”วัดอรัญญิการาม” หรือ
“วัดสามง่าม” อำเภอดอนตูม จังหวัดนครปฐม
ท่านเป็นพระเกจิอาจารย์อาวุโสของจังหวัดนครปฐม ลูกศิษย์
“ท่านพระครูภาวนาสังวรคุณ” หรือ
“หลวงพ่อเต๋ คงทอง” เจ้าของนาม
“เทพเจ้าแห่งดอนตูม..” อดีตเจ้าอาวาสวัดแห่งนี้ครับ..

- 3.jpg (71.82 KiB) เปิดดู 3109 ครั้ง
หลวงพ่อแย้ม ฐานยุตโต ท่านเป็นพระรูปร่างสูงโปร่ง ผิวขาว ถึงปัจจุบันสังขารของท่านจะร่วงโรยไปตามวัย ๙๓ ปี ดวงตาที่กลมโตฉายแววแห่งความเมตตาถึงแม้จะขัดกับหูที่ค่อนข้างหนัก ทำให้บางครั้งวงสนทนาต้องเพิ่มเดซิเบลของเสียง แต่นั่นไม่ใช่ปัญหาสำหรับ....
”ความทรงจำที่ยังคงแจ่มใสในใจ...”

- 45.jpg (35.92 KiB) เปิดดู 3109 ครั้ง
เรามาทบทวนประวัติส่วนตัวของท่านและรู้จักกับ
”งานบุญประจำปี”ที่แสดงถึงการเชื่อมความสามัคคีและร่วมพลังของลูกศิษย์สายวัดสามง่าม โดยในแต่ละปีจะมี
”การจัดงานสามวาระ”ครับ จะวาระไหนบ้าง ผมจะพ่นให้ฟังล่ะครับ...

- 4.jpg (46.06 KiB) เปิดดู 3101 ครั้ง
หลวงพ่อแย้ม มีนามเดิมว่า แย้ม เดชมาก เป็นบุตรของคุณพ่อแหยม คุณแม่วงษ์ เดชมาก ท่านเกิดเมื่อวันที่ ๕ มกราคม ๒๔๕๘ ณ.บ้านดอนตูม อำเภอบางเลน จังหวัดนครปฐม อุปสมบท ณ วัดสามง่าม เมื่อวันที่ ๒ พฤษภาคม ๒๔๘๑ โดยมีท่านพระครูอุตรการบดี (หลวงพ่อสุข) วัดห้วยจระเข้ เป็นพระอุปัชฌาย์ พระอธิการเต๋ คงทอง เจ้าอาวาสวัดสามง่าม เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และพระอาจารย์เพชร วัดสามง่าม เป็นพระอนุสาวนาจารย์..
ซึ่งในปัจจุบันเมื่อถึง
”วันที่ ๕ มกราคมของทุกปี”ทางวัดสามง่ามจะจัดงานครบรอบวันเกิดให้กับหลวงพ่อแย้ม มาตลอดและถือว่าเป็น
”งานบุญประจำปีวาระแรก”ของทางวัดครับ

- 5.jpg (47.28 KiB) เปิดดู 3099 ครั้ง
หลังจากท่านสอบได้นักธรรมชั้นตรีแล้ว ท่านจึงได้ศึกษาเล่าเรียนด้านการปฏิบัติวิปัสสนากัมมัฏฐาน การเจริญสมาธิจิต วิชาอาคม การจารอักขระเลขยันต์ต่างๆ จากหลวงพ่อเต๋ คงทอง ซึ่งเป็นอาจารย์ที่ให้ความเมตตา ครอบครูถ่ายทอดวิชาความรู้ ให้อย่างครบถ้วนสมบูรณ์..

- 6.jpg (40.04 KiB) เปิดดู 3097 ครั้ง
“หลวงพ่อเต๋ ท่านสอนวิชาแบบปากต่อปาก คือท่านจะบอกแล้วให้เราจำ จำได้มากเท่าไหร่ก็ได้มากเท่านั้น ท่านว่าคนที่จะเรียนวิชาพวกนี้ได้ต้องมีความพยายาม ตั้งใจที่จะเรียนรู้..” จะว่าไปแล้วคนในยุคสมัยโบราณมักจะมีการถ่ายทอดวิชาแบบเก่า คือ
”การสอนกันแบบบอกเล่าแล้วไปจำกันเอาเอง” อาจจะเป็นเพราะสมัยนั้นหนังสือหายาก ยิ่งเป็นบ้านดอนตูมด้วยแล้วไม่ต้องพูดถึงหรอกครับจากตามคำบอกเล่าของหลวงพ่อแย้ม สภาพของพื้นที่เต็มไปด้วยไร่อ้อย ท้องนา และเข้าลักษณะของคำว่า
“ไกลปืนเที่ยง..”

- 7.jpg (40.16 KiB) เปิดดู 3097 ครั้ง
แต่สำหรับหลวงพ่อเต๋แล้ว เหตุผลหลักคือท่านกลัวว่าหากบันทึกไว้คนที่ไม่ดีได้ไปครอบครอง จะนำไปใช้ในทางที่ไม่ดี..
ซึ่งกระบวนการเรียนรู้โดยวิธีการแบบนี้ เราเรียกว่า
“มุขปาฐะ..” ว่ากันว่าแม้แต่
“พระไตรปิฏก” ก็ใช้วิธีการจำมาแบบ
"มุขปาฐะ"ตัวอย่างเช่นการสวดมนต์ไปพร้อมๆกัน เท่ากับเป็นการสอบทานกันไปในตัว...

- 8.jpg (43.21 KiB) เปิดดู 3091 ครั้ง
ท้องที่ตำบลสามง่ามในสมัยก่อนเป็นท้องที่ที่ห่างไกลความเจริญมาก คนในสมัยนั้นได้รับการศึกษาเพียงอ่านออกเขียนได้เท่านั้น และโดยส่วนมากก็จะศึกษากับพระอาจารย์ตามวัด..
จะว่าไปแล้วคำว่า
“สังคมชนบท” มักจะผูกพันกับคำว่า
“ศาสนา” ดังนั้นจึงไม่เกินเลยความเป็นจริงที่ว่า
“วัด..” คือที่พึ่งทางใจของชาวบ้านทุกเรื่อง และก็ไม่แปลกที่สมภารเจ้าวัด จะเป็นผู้ที่บรรเทาทุกข์ทางกายและทุกข์ทางใจของทุกคน...

- 9.jpg (56.15 KiB) เปิดดู 3092 ครั้ง
“สมัยนั้นยังไม่มีหมอ ไม่มีโรงพยาบาล ชาวบ้านก็จะมาให้หลวงพ่อเต๋ รักษาให้ อาตมาได้เรียนวิชาแรกก็คือการเป็น"หมอยารักษาโรค" ใช้พวกสมุนไพรต่างๆ วิชารักษาโรคเป็นวิชาที่จำเป็นต้องเรียนไว้เพื่อเป็นที่พึ่งของญาติโยม...”

- 10.jpg (66.87 KiB) เปิดดู 3083 ครั้ง
เล่าถึงตอนนี้....อยากจะขอแนะนำเพื่อนๆ ให้ทราบถึงประวัติของหลวงพ่อเต๋ คงทอง อาจารย์ของหลวงพ่อแย้ม จะว่าไปแล้วหลวงพ่อเต๋ กับหลวงพ่อแย้มถือว่าเป็นพระคู่บารมีกันเลยทีเดียว
หลวงพ่อแย้มท่านสามารถจดจำรายละเอียดในชีวิตของหลวงพ่อเต๋ได้มากกว่าที่ท่านจะจำเรื่องของตัวเอง โดยเฉพาะกับเหตุการณ์สำคัญๆในชีวิตหลวงพ่อเต๋ ท่านจะจำได้อย่างแม่นยำมาก
สิ่งเหล่านี้ไม่เพียงเป็นการยืนยันให้เห็นว่าท่านรักและใส่ใจในตัวของหลวงพ่อเต๋ ผู้เป็นพระอาจารย์มากแค่ไหน หากแต่ว่ามันยังแสดงให้เห็นว่าหลวงพ่อแย้ม โชคดีเพียงใดที่ได้หลวงพ่อเต๋ มาเป็นครูบาอาจารย์..

- 11.jpg (39.21 KiB) เปิดดู 3088 ครั้ง
“เสียงลือเสียงเล่าอ้าง พรรณนา
คุณแห่งพระสังฆา ยิ่งล้น
คุณหลวงพ่อเต๋พา เจริญสุข
ยกถิ่นเมืองตูมพ้น แน่แท้เมืองทอง..”

- 12.jpg (36.13 KiB) เปิดดู 3084 ครั้ง
หลวงพ่อเต๋ คงทอง ท่านเป็นพระเกจิอาจารย์ทีมีชื่อเสียงของจังหวัดนครปฐมและเกจิอมตะองค์หนึ่งของเมืองไทย ครูบาอาจารย์ของท่านองค์แรกคือ
“หลวงพ่อแดง” ซึ่งมีศักดิ์เป็น
“หลวงลุง” ของท่านและเป็นพระเถระที่มีความเชี่ยวชาญในทางคาถาอาคม เมตตา มหานิยม หลังจากหลวงพ่อแดงถึงแก่มรณภาพ

- 13.jpg (35.99 KiB) เปิดดู 3088 ครั้ง
หลวงพ่อเต๋ ท่านได้เดินทางไปศึกษาวิชาอาคมกับ
“หลวงพ่อทา วัดพะเนียงแตก..” ท่านใช้เวลากว่าแปดปีในการศึกษาวิชาอาคมกับหลวงพ่อทา ครั้งเมื่อสิ้นบุญหลวงพ่อทา ท่านได้เดินทางไปขอเรียนวิชากับ
”หลวงพ่อแช่ม วัดตาก้อง”จนกระทั่งหลวงพ่อแช่มท่านมรณภาพลง...
“ยกเทียบเปรียบเทพเจ้า ดอนตูม
ด้วยสักการภาคภูมิ ทั่วหล้า
จิตหลวงพ่อฟักฟูม กอบก่อ เกิดเมือง
สามง่ามงามเจิดจ้า แจ่มฟ้านาคร...”

- 14.jpg (42.6 KiB) เปิดดู 3080 ครั้ง
หลวงพ่อเต๋ คงทอง ท่านจึงได้เดินธุดงค์ไปตามถ้ำและป่าเขา จนท่านได้พบกับ
“สมณพราหมณ์เขมร” ซึ่งมีความเชี่ยวชาญในคาถาอาคมและไสยเวทย์มาก สมณพราหมณ์ท่านนี้อดีตเคยเป็นแม่ทัพเขมรแต่ได้ลาออกจากราชการในสมัยที่ฝรั่งเศสยึดครองอินโดจีน ท่านจึงมาบวชเป็นพราหมณ์ถือศีลอยู่ที่
”ยอดเขาตะลุง” หลังจากหลวงพ่อเต๋ ได้รับการถ่ายทอดวิชาอาคมและสามารถทำจนเชี่ยวชาญแล้ว ท่านจึงขอลาอาจารย์กลับมาวัดสามง่าม ท่านสมณพราหมณ์ได้มอบตำราและ
“ฤษีปู่ครู” ให้หลวงพ่อเต๋ ซึ่งหลวงพ่อเต๋ได้นำกลับมาไว้ที่วัดสามง่ามและจัดให้มีพิธีไหว้ครูบูชา
“ฤษีปู่ครู” ทุกปีและมีการจัดงานต่อเนื่องมาตลอดจนถึงทุกวันนี้..
ปัจจุบันทางวัดสามง่ามได้จัดให้มี
“พิธีไหว้ครูในวันพฤหัสบดีแรก เดือนห้าไทย...” ซึ่งก็คือ
”งานบุญประจำปีวาระที่สอง”ของทางวัดสามง่ามแห่งนี้ครับ
“ธรรมานุภาพนี้ แผ่สุด
ควรที่เราชาวพุทธ มั่นไว้
คุณหลวงพ่อเต๋ดุจ องค์เทพเทวา
จิตมั่นมโนไซร์ แซ่ซ้องสาธุการ...”

- 15.jpg (70.16 KiB) เปิดดู 3070 ครั้ง
“หลวงพ่อเต๋ ท่านเป็นพระที่มีเมตตาจิตมากๆ คาถาอาคมของท่านใช้เมตตาจิตเป็นที่ตั้ง...
อาตมาเห็นคนที่มีปัญหาทุกข์ร้อนเมื่อเข้าไปกราบท่านจะเห็นใบหน้าของหลวงพ่อยิ้มแย้มแจ่มใสเสมอ ไม่ว่าใครจะมีปัญหาอะไรหากได้พบท่านแล้วจะกลับบ้านด้วยความสบายใจและมักจะสัมฤทธิ์ผลตามที่ปรารถนา...”

- 16.jpg (33.24 KiB) เปิดดู 3066 ครั้ง
“นอกจากท่านจะมีเมตตาจิตกับคนแล้ว ท่านก็ยังมีเมตตาจิตกับสัตว์เลี้ยงที่ท่านเลี้ยงไว้หลายชนิด เช่นสุนัข แมว เม่น แพะ ชะนี เมื่อท่านฉันอาหาร ท่านก็จะนึกถึงสัตว์เหล่านี้ด้วยเสมอ....”
“เสียงลือเสียงเล่าอ้าง พรรณนา
สุดที่จะจำนรรจา กล่าวอ้าง
ผลบุญท่านทำมา มากยิ่ง จริงเฮย
หลวงพ่อเต๋ท่านสร้าง ยิ่งฟ้าสง่างาม...”

- 17.jpg (31.3 KiB) เปิดดู 3065 ครั้ง
วันที่ ๒๔ ธันวาคม ๒๕๒๔ เวลาเที่ยงคืนเศษ มีประกาศจากวัดสามง่ามว่าหลวงพ่อเต๋ คงทอง มรณภาพแล้ว หลังจากที่ท่านได้เข้าออกโรงพยาบาลมาหลายปี บัดนี้อำเภอดอนตูมได้สูญเสียผู้มีพระคุณที่ยิ่งใหญ่ของอำเภอไปแล้ว..

- 18.jpg (64.39 KiB) เปิดดู 3060 ครั้ง
ร่างกายของท่านได้เก็บไว้ในโลงประดับมุกและมีรูปเหมือนของท่านตั้งอยู่ที่มณฑป หลวงพ่อเต๋ ซึ่งทางวัดสามง่ามได้จัดให้มีงานครบรอบวันมรณภาพของท่านใน
”วันที่ ๒๕ ธันวาคม” ของทุกปีและการจัดงานในวันนี้ถือว่าเป็น
”งานบุญประจำปีวาระที่สาม”ของทางวัดครับ

- 19.jpg (21.29 KiB) เปิดดู 3066 ครั้ง
จากเรื่องราวต่างๆที่ผมเกริ่นกล่าวมาทั้งหมดข้างต้นเพียงเป็นเพียงข้อมูลอันน้อยนิดเมื่อเปรียบเทียบกับเรื่องราวตำนานอันมีชีวิตของหลวงพ่อเต๋ คงทองอดีตเจ้าอาวาสวัดสามง่าม เหตุผลอีกประการหนึ่งก็คืออยากบอกถึงงานบุญประจำปีทั้งสามวาระ ว่ามีความสำคัญ และมีที่มาที่ไปอย่างไร..

- 20.jpg (57.49 KiB) เปิดดู 3065 ครั้ง
อีกอย่างหนึ่งก็ต้องการชี้ให้เห็นถึงความมี
“ศรัทธา”ที่ญาติโยมและลูกศิษย์ของสายวัดสามง่าม ยึดถือและปฏิบัติติดต่อกันมายาวนาน ซึ่งหากเพื่อนๆ ท่านใดสนใจก็สามารถแวะเวียนเข้าไปร่วมงานบุญของวัดสามง่ามได้ตามที่ผมได้บอกเล่าเอาไว้
"เรื่องราวค่อนข้างยาวเมื่อเทียบกับเรื่องเล่าที่ค่อนข้างสั้น" เอาเป็นว่าถึงตอนนี้ขออนุญาตย้ายกรอบความคิดของเพื่อนๆ มาที่หลวงพ่อแย้ม กันต่อครับ

- 21.jpg (64.29 KiB) เปิดดู 3065 ครั้ง
เมื่อเอ่ยชื่อของ
“วัดสามง่าม” สิ่งแรกที่กลุ่มผู้มีคตินิยมเรื่องไสยศาสตร์นึกถึงคือการเป็นวัดที่มีเครื่องรางของขลัง อันอุดมไปด้วยประสบการณ์ ซึ่งเครื่องรางที่มีชื่อเสียงของทางวัดสามง่าม คือ
“ตุ๊กตาทอง(กุมารทอง) ตะกรุดสามหูและตะกรุดมหารูด...”

- 22.jpg (55.92 KiB) เปิดดู 3056 ครั้ง
“กุมารทองของที่นี่ ทำมาจากดินผสมว่าน บรรจุเลขยันต์และคาถาอาคมพิเศษลงไป..ฯลฯ ลักษณะที่เด่นชัดคือกุมารจะเป็น”กุมารทรงนั่งและไว้ผมจุกกับตัดผมทรงลานบิน”..”เป็นที่เชื่อกันว่า
“ตัวด้วง” เป็นเครื่องราวของขลังตัวแรกของมนุษย์ชาติ มีกำเนิดมาจากชาวอียิปต์ เพราะชาวอียิปต์โบราณนับถือตัวด้วงว่าเป็นพระผู้สร้างหรือพระผู้ให้ชีวิต..ซึ่งเครื่องรางของขลังคือ
“ตัวด้วง” จะถูกบรรจุไว้ในห้องของ
“ปิรามิด” อันเป็นสถานที่เก็บพระศพของ
“ฟาโรห์..”

- 23.jpg (78.87 KiB) เปิดดู 3045 ครั้ง
สำหรับในเมืองไทยของเรา เครื่องรางของขลังที่คนไทยเราสร้างขึ้นก็มีเอกลักษณ์เป็นของตนเอง จนเป็นคำกล่าวในหมู่นักเล่นเครื่องรางของขลังกันเลยว่า..
”ลิง หลวงพ่อดิ่ง สิงห์ หลวงพ่อเดิม เสือ หลวงพ่อปาน หนุมาน หลวงพ่อสุน ฯลฯ และ ตุ๊กตาทองหรือกุมารทอง ต้องหลวงพ่อเต๋....” ซึ่งสรรพคุณหรือคุณภาพของตุ๊กตาทอง มีบอกรายละเอียดไว้ตามนี้ครับ...

- 24.jpg (18.78 KiB) เปิดดู 3039 ครั้ง
“ตุ๊กตาทอง (กุมารทอง) มีตำราการสร้างที่หลวงพ่อเต๋ได้มาจากหลวงลุงแดง ประกอบด้วยดินโปร่งและดินอื่นๆ มาปั้นตุ๊กตาทอง(กุมารทอง) แจกชาวบ้าน นำไปเป็นเครื่องคุ้มครอง เพราะดินเช่นนี้มีเทวดารักษา จึงมีความศักดิ์สิทธิ์.."

- 25.jpg (31.78 KiB) เปิดดู 3040 ครั้ง
"เมื่อหลวงพ่อปั้นแล้วก็เอาวางนอนไว้ แล้วปลุกอาคมให้ลุกขึ้นเองตามตำราที่บอกไว้ ตุ๊กตาทองนี้นิยมมาก ได้ไปแล้วมีเรื่องเล่าอัศจรรย์ ต่อมาทำรายได้มหาศาล สามารถสร้างอะไรสำเร็จทุกอย่าง และเป็นที่ศรัทธาอย่างสูงของประชาชน...” ตามความเชื่อของชาวพุทธ เชื่อกันว่าธรรมะที่พระพุทธเจ้าทรงค้นพบหรือที่เรียกว่า
“ตรัสรู้” จนได้พระนามว่า
“สัมมาสัมพุทธะ” ซึ่งแปลว่า ผู้ตรัสรู้ชอบด้วยพระองค์เองนั้น ได้แก่
"ความจริงอันประเสริฐ ๔ ประการ" หรือที่เราเรียกกันว่า
“อริยสัจ ๔..”

- 26.jpg (55.66 KiB) เปิดดู 3036 ครั้ง
“คนที่มาบูชากุมารทอง อาตมาจะบอกพวกเขาเสมอว่ามันเป็นเรื่องของ “อนุสติ”..ทุกสิ่งทุกอย่างมันไม่เที่ยง เกิด แก่ เจ็บ ตาย มันเป็นเรื่องธรรมดา ความไม่แก่ ไม่เจ็บ ไม่ป่วย ไม่ตาย เป็นเรื่องที่พระพุทธเจ้าท่านทรงค้นพบแล้วว่า เรื่องเหล่านี้มนุษย์ไม่สามารถหลบหนีได้.. ”จะว่าไปแล้วเครื่องรางที่เราเห็นในทุกวันนี้มีอยู่หลายประเภท หลายชนิดให้เลือกบูชาเอาตามลักษณะความชอบส่วนบุคคล
บางชนิดมีกรรมวิธีการสร้างแบบง่ายๆ ธรรมดาๆ แต่บางชนิดมี
”ความพิสดารในกรรมวิธีการสร้างมากขึ้น” นัยว่าเพื่อให้เครื่องรางนั้นสามารถปรากฏเป็นรูปเป็นร่างได้

- 27.jpg (44.99 KiB) เปิดดู 3043 ครั้ง
ร่วมไปถึงสิ่งที่เราเรียกว่า
“บุญฤทธิ์” และ
“อิทธิฤทธิ์” โดยใช้คาถาอาคมกำกับให้สามารถเรียก
“จิต...” แห่งเครื่องรางนั้นๆให้มาคุ้มครองตัวผู้บูชาได้
“ตุ๊กตาทองหรือกุมารทอง” ตำรับวัดสามง่ามก็เช่นเดียวกัน ที่ต้องปลุกเสกให้สำเร็จจนสามารถให้เกิดฤทธิ์ได้...

- 28.jpg (48.86 KiB) เปิดดู 3041 ครั้ง
“การปลุกเสกวัตถุมงคล ต้องแยกกันปลุกเสก จะเสกรวมกันไม่ได้ เพราะวัตถุมงคลแต่ละอย่างจะมีพุทธคุณต่างกัน ดังนั้นการปลุกเสกจึงไม่เหมือนกัน เช่นตุ๊กตาทองเป็นวัตถุมงคลที่ต้องว่ากันไปทางเมตตามหานิยม ทำมาค้าขาย...” ถึงตอนนี้พวกเราหันไปมองดูตุ๊กตาทองหรือพ่อกุมารทองที่วางเรียงรายอยู่บริเวณหน้าหิ้งบูชาพระที่หลวงพ่อแย้มท่านใช้ปลุกเสก นี่ถ้าเป็นคนต่างชาติเขาคงคิดว่าตุ๊กตาพวกนี้เป็น
”ตุ๊กตาโอท็อปหรือของพื้นบ้าน” ถ้าไปถามชาวบ้านดอนตูมเขาว่าสิ่งนั้นแหละคือ
“ของขลังที่มีสรรพคุณเรียกลูกค้าชั้นดี” และถือเป็นความภาคภูมิใจของคนบ้านดอนตูมเลยทีเดียว..

- 29.jpg (87.78 KiB) เปิดดู 3030 ครั้ง
หากเพื่อนๆได้มีโอกาสมาเที่ยวแถวนี้ลองดูตามร้านค้าเถอะครับ เป็นได้เห็น
”โอท็อปขมังเวทย์ตำรับวัดสามง่าม” วางบูชานัยว่าเพื่อเรียกลูกค้าเข้าร้าน ถึงของขลังชิ้นนี้จะไม่ได้ก้าวไกลไปในตลาดโลก แต่ก็ก้าวเข้าไปในหัวใจของคนตลาดดอนตูมเชียวครับ..

- 30.jpg (39.95 KiB) เปิดดู 3027 ครั้ง
“ทุกวันนี้คนเขาเห็นว่ากุมารทองของวัดนี้ดี มีประสบการณ์ ก็เลยเอาไปออกกันบ้างซึ่งโดยส่วนมากแล้วมักจะรู้กันแค่เพียงส่วนผสม แต่ไม่รู้วิธีการปลุกเสก
มีหลายที่เหมือนกันที่เอาชื่อวัดหรือชื่ออาตมาไปหลอกลวงญาติโยม ทีอาตมากล้าพูดเพราะว่าเคยมีลูกศิษย์นำมาให้ดูที่วัด อาตมาเห็นแล้วบอกได้เลยว่ามันไม่ใช่...”นั่งฟังแล้วรู้สึกเสียวสันหลังวูบวาบเลยครับ สมัยนี้เรื่องหลอกลวงมีอยู่ทุกวงการแต่ถ้าคิดกลับอีกมุมมอง มันก็เป็นเรื่องที่น่ายินดีครับ เพราะการกระทำของปลอมออกมาแบบนี้เท่ากับเป็นการเพิ่มดีกรีของวัดสามง่ามแหละครับ..

- 31.jpg (17.07 KiB) เปิดดู 3027 ครั้ง
ปรากฏการณ์ของอิทธิฤทธิ์ในทางไสยศาสตร์ ผมเชื่อว่าเพื่อนๆคงพอจะเคยทราบกันมาบ้างแล้วว่า
“ปืนยิงไม่ออก” หรือ
“ออกแต่ไม่ถูก” เราเรียกว่า
“มหาอุตม์” ... แต่ถ้าบังเอิญ
"ยิงถูกแต่ไม่เข้า" เขาเรียกกันว่า
“คงกระพัน..” ซึ่งปรากฏการณ์ทั้งสองอย่างนี้มันก็แอบอิงกันซะจนบางทีเราเองก็ยังแยกไม่ออก...

- 32.jpg (52.54 KiB) เปิดดู 3026 ครั้ง
“อาตมาทำตะกรุดสืบทอดมาจากหลวงพ่อเต๋ ถ้าเป็นการเขียนยันต์ลงบนกระดาษข่อย จะเรียกว่า ตะกรุดสามหู แต่ถ้าเขียนลงบนแผ่นทองแดงเรียกว่า ตะกรุดมหารูด...”
“การเอาไปใช้นั้นไม่ต่างกัน เพราะตัวคาถาที่เขียนลงในตะกรุดสามหู ก็เป็นคาถาตัวเดียวกับตะกรุดมหารูด...โดยยันต์ที่ใช้ลงคือยันต์พระเจ้าห้าพระองค์และยันต์มหาอุด..”คำโบราณกล่าวไว้ว่า
“รู้หลบเป็นปีก รู้หลีกเป็นหาง” ถ้าจะเข้าเมืองต้อง
“เข้าเมืองตาหลิ่วต้องหลิ่วตาตาม...”

- 33.jpg (40.9 KiB) เปิดดู 3021 ครั้ง
“ตามตำราระบุไว้ว่า ถ้าจะต่อสู้ให้เอาไว้ข้างหน้าจะได้ชนะ สู้ไม่ได้ต้องวิ่งหนีท่านว่าให้เลื่อนเอาไว้ข้างหลัง ถ้าจะเมตตาขมังต้องเลือนไว้ซ้ายหรือขวา คนรัก เจ้านายไม่ชิงชัง..” ว่ากันว่า
“ขลังหรือไม่ขลังอยู่ที่ใจ” แต่
“คงไม่ใช่และใช้ไม่ได้”กับวัตถุมงคลของหลวงพ่อแย้ม ถ้าขาดสิ่งนี้ครับ..

- 34.jpg (56.24 KiB) เปิดดู 3028 ครั้ง
“วัตถุมงคลของอาตมาจะใช้ได้ดีหรือไม่ดี จะขลังหรือไม่ขลัง ไม่ต้องไปดูที่ไหน ดูที่ตัวเราเอง ดูที่ตัวคนใช้
หากประพฤติสิ่งเลวๆ ของก็ไม่คุ้มครอง หากเราประพฤติดี วัตถุมงคลเหล่านั้นก็จะส่งผลให้ความคุ้มครอง สิ่งสำคัญคือหมั่นรักษาศีล ๕ เอาไว้..”

- 35.jpg (43.72 KiB) เปิดดู 3024 ครั้ง
“ตอนที่อาตมาเรียนกับหลวงพ่อเต๋ อาตมาไม่เคยเห็นหลวงพ่อท่านบอกกับใครเลยว่า เอาไปใช้แล้วจะดีอย่างไร ท่านบอกแต่ว่า..
ใครอยากได้ก็มาเอาไป และเมื่อมีใครเอาไปใช้แล้วขอให้มีเมตตามีศีลห้า อย่าด่าพ่อล่อแม่ ถ้าละในสิ่งเหล่านี้ได้ของถึงจะขลัง...ท่านว่าทองคำจะไปอยู่ที่ไหนก็ยังเป็นทองคำ.....”
ชาติเสือไม่ขอเนื้อใครกิน...ทฤษฏีขั้นพื้นฐานที่บอกถึงความเชี่ยวชาญของคนทำ...

- 36.jpg (73.7 KiB) เปิดดู 3024 ครั้ง
“อาตมาจะปลุกเสกเป็นไตรมาส วัตถุมงคลน่ะปลุกเสกคนเดียวก็พอ ไม่จำเป็นต้องปลุกเสกหมู่หรอก เพราะของจะดีหรือไม่ดีสุดท้ายมันก็ต้องไปอยู่กับที่คนใช้นั่นเอง...” เป็นความจริงครับที่ว่า...
"การดำรงชีวิตอยู่นี้มันยาก" เพราะเราต้องผจญภัยกับสิ่งต่าง ๆ รอบข้างตัวเรา ซึ่งสิ่งรอบข้างภายนอกก็เช่น รูป รส กลิ่น เสียง ฯลฯ ที่เข้ามาทางตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ
นอกจากตัวเราต้อง
“บริหารเหตุปัจจัยภายนอก” แล้ว เรายังต้อง
”บริหารเหตุปัจจัยภายในตนเอง” อีกอย่างหนึ่ง
และด้วยเหตุนี้
“การรู้เท่าทันตนเอง” จึงเป็นสิ่งจำเป็น เพราะเมื่อรู้เท่าทันแล้ว เราก็จะเป็นคนที่มีความสามารถและถึงพร้อมกับการเป็น
“ผู้มีศีลและมีธรรม....”

- 37.jpg (42.33 KiB) เปิดดู 3013 ครั้ง
“ทุกวันนี้อาตมาบอกกับญาติโยมเสมอ ให้ทำตัวดีดี คิดดี ทำดี ให้มีศีล สมาธิ ปัญญา....”

- 38.jpg (55.28 KiB) เปิดดู 3010 ครั้ง
“ให้ทุกคนล่ะซึ่งความโลภ เข้าใจในความเป็นจริงว่า สังขาร ไม่ใช่ของเรา ไม่ควรไปยึดมั่นถือมั่น เนื่องจากมันเป็นความหลง ทุกคนควรรู้เท่าทันสังขารตัวเอง ทุกอย่างเราห้ามมันไม่ได้ ฟันจะหัก ผมจะหงอก เพราะมันเป็นเรื่องของ อนิจจัง...”

- 43.jpg (52.56 KiB) เปิดดู 3008 ครั้ง
จะว่าไปแล้วผมคิดว่าการนับถือศาสนาพุทธของสังคมไทยในปัจจุบันแบ่งออกเป็นสามประเภท คือ
”นับถือในพระพุทธศาสนาและเชื่อถือในเรื่องของอิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์” พวกที่สองคือ
”นับถือพระพุทธศาสนา เชื่อมั่นในธรรมะและมองว่าวัตถุมงคลเป็นเรื่องที่ไร้สาระ” พวกที่สามก็คงจะเป็นอย่างพวกผมคือ
“นับถือพระและเชื่อมั่นในทั้งสองฝ่าย....” พวกที่เชื่อมั่นในธรรมะและมองว่าวัตถุมงคลค่อนข้างจะไร้สาระ ก็จะติติงว่าอีกสองกลุ่มที่เหลือคงจะ
”ศึกษาธรรมะน้อยเกินไป..” ทำให้หลงเข้าไปในส่วนของปาฏิหาริย์...
แต่ผมก็เคยได้รับฟังจากเพื่อนๆว่า พวกเขาก็เป็น
”ส่วนหนึ่งที่ทำให้พระพุทธศาสนาเจริญ” วัตถุมงคลที่สร้างออกมาก็เป็นเหมือน
”การสร้างความศรัทธา” ให้ผู้คนหันเข้ามาร่วมกันสืบทอดพระพุทธศาสนา...

- 39.jpg (81.76 KiB) เปิดดู 3007 ครั้ง
จะอย่างไรก็แล้วแต่เรื่องราวของ
"ตุ๊กตาทอง(กุมารทอง).." หรือ
"ตะกรุด" ของหลวงพ่อแย้ม สำหรับพวกผมแล้วหาใช่เป็นเพียง
”วัตถุมงคลอันทรงคุณค่า”เท่านั้น..หากแต่เป็น
”ผลิตภัณฑ์ที่เกิดจากการกลั่นกรองของพระเกจิอาจารย์ที่ปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบ ที่ได้ถ่ายทอดมาเป็นรูปธรรม” และนอกเหนือกว่านั้น..วัตถุมงคลและเครื่องรางเหล่านี้ยังเป็นเสมือน
”จดหมายเหตุ” ที่บันทึกเรื่องราวในอดีตที่สำคัญยิ่งอันสะท้อนให้พวกเราได้เห็นถึง...
”ความเป็นชนชาติที่มีอารยธรรมอันเก่าแก่” ของ”สยามประเทศ”แห่งนี้ว่า
..”มันมีมายาวนานแล้ว”....สวัสดีครับ

- 41.jpg (38.98 KiB) เปิดดู 3012 ครั้ง
ขอบพระคุณ พี่ๆลูกศิษย์ของหลวงพ่อแย้มที่ได้เอื้อเฟื้อด้านข้อมูลและการอำนวยความสะดวกต่างๆ คุณพรชนก สุขพงษ์ไทย สำหรับรูปภาพ เพื่อนต่อ กับคำแนะนำ และคุณสมบูรณ์ ร้านนายอ้อ สระบุรี ที่ให้กำลังใจเสมอมา...