พุธ 22 ต.ค. 2008 11:30 pm
หลวงพ่อชำนาญ อุตตมปัญโญ วัดบางกุฎีทอง ตอน เรื่องนี้ไม่มีปาฏิหาริย์
โดย ศิษย์กวง จาก http://www.oknation.net/blog/sitthi/2008/02/27/entry-1

- 01.jpg (26.48 KiB) เปิดดู 5464 ครั้ง
ช่วงนี้ผมไม่ได้เข้าไปกราบหลวงพ่อชำนาญ ตั้งใจว่าเลิกเรียนวันนี้จะเข้าไปหาท่านซักหน่อย คงจะเป็นจังหวะดีที่ท่านโทรมาหา เพียงประโยคเดียวเท่านั้นแหละ
“เฮ้ย.... เอ็งไม่รู้จักวัดบางกุฎีทองแล้วเหรอ”เท่านั้นเองผมรีบบึ่งไปหาท่านอย่างเร็ว (ขนาดเร็วยังปาเข้าไปเกือบ 2 ทุ่ม) เจอกันท่านเมตตาทักผมด้วยประโยคเดิมๆ คุ้นหูมาก
“เอ็งไม่มาดูใจเจ้านายเลย ว่าตอนนี้แกเป็นยังไงบ้าง” ผมรีบคลานเข้าไปหา พร้อมถวายพวงมาลัยดอกมะลิและชาอู่หลงที่ท่านชอบ
“แหม... เจ้านายเล่นเอารูปปั้นเจ้าพ่อกวนอูมาวางไว้ตรงหน้าอย่างนี้ แล้วกระผมจะกล้าเข้าไปเหรอครับ” ท่านตอบได้น่ารักมากครับ เรียกเสียงฮาได้รอบวง
“ธรรมดาข้าตั้งนางกวักไว้ด้วย ตอนนี้ต้องเอานางกวักหลบไปก่อน ไม่ไหวว่ะวางเจ้าพ่อกวนอูไว้กี่องค์ กี่องค์หน้าแดงหมด สงสัยจะอายนางกวัก”เป็นบทเชือดเฉือนคารมกันเล็กน้อย ก่อนจะเข้าสู่พิธีการ ที่หลวงพ่อท่านมีเมตตากับผมเสมอมา

- ด้านหลังที่ท่านนั่งรับแขก มีรูปพระ รูปฆราวาส วางตั้งอยู่
- 02.jpg (37.81 KiB) เปิดดู 5453 ครั้ง

- ท่านเจ้าคุณรามัญมุนี วัดบางหลวง
- 03.jpg (51.15 KiB) เปิดดู 5452 ครั้ง

- หลวงพ่อจง วัดหน้าต่างนอก (ฝีมือถ่ายของหลวงพ่อครับ)
- 04.jpg (31.12 KiB) เปิดดู 5446 ครั้ง

- หลวงปู่เทียน วัดโบสถ์
- 05.jpg (28.62 KiB) เปิดดู 5447 ครั้ง

- อาจารย์ชม
- 06.jpg (16.55 KiB) เปิดดู 5441 ครั้ง

- อาจารย์อยู่
- 07.jpg (15.11 KiB) เปิดดู 5442 ครั้ง
วันนี้ผมสังเกตดูด้านหลังที่ท่านนั่งรับแขก มีรูปพระ รูปฆราวาส วางตั้งอยู่จำนวนหนึ่ง จึงได้เรียนถามท่านเพราะคาดว่าต้องมีความสำคัญ
“เอาออกมาให้ดู เดี๋ยวจะหาว่าเราโนเนม มีที่มาที่ไปเหมือนกัน อาจารย์เราบางคนก็เป็นฆราวาส เช่นนั่นอาจารย์ชม(รูปฆราวาสด้านขวาของท่าน) เราได้วิชามาหลายอย่างได้วิชาทำผงสิบสองนักษัตร ของหลวงปู่เทียน วัดโบสถ์ อาจารย์ชมเรียนวิชาทำผงรุ่นเดียวกับหลวงพ่อเริ่ม ปรโม วัดจุกกระเฌอ รู้สึกว่าจะปีเดียวกัน รูปนั้นอาจารย์อยู่ (รูปฆราวาสด้านซ้ายมือ ที่มีรูปจุดฝังเข็ม) ก็เรียนวิชาฝังเข็มเป็นของสายทางอาจารย์ฟ้อน สมัยเป็นเณรเราก็เคยไปฝังเข็ม ฝังไว้ที่แขน วิชานี้เอาเรื่องเหมือนกันพูดจาไม่ดี ทำอะไรผิดครูเป็นเจอดี”“สำหรับหลวงปู่สุรินทร์ ก็อยู่กับท่านมาตั้งแต่เด็กๆ ตั้งแต่บวชเณร ท่านเป็นลูกศิษย์ของท่านเจ้าคุณรามัญมุนี วัดบางหลวง แต่หลวงปู่สุรินทร์ท่านเรียนมาหลายอาจารย์ ที่เรารู้เพราะบางครั้งเราอ่านในตำราเก่าๆที่หลวงปู่สุรินทร์ ให้ไว้ ก็มีวิชาต่างๆที่หลวงปู่สุรินทร์ไปเรียนมาเช่นวิชาของหลวงพ่อแช่ม วัดตาก้อง วิชาของหลวงพ่อจง วัดหน้าต่างนอก โอ๊ย...มีอีกหลายองค์ นี่ๆ เอ็งลองดูกระดาษแผ่นนี้สิ”หลวงพ่อท่านเมตตาหยิบกระดาษที่เคลือบพลาสติกไว้ มาให้พวกเราดู ลักษณะเป็นกระดาษโบราณ สีซีดๆจนเหลือง เห็นความเก่าได้ชัดเจน ซึ่งผมลองอ่านดูในกระดาษ เป็นเรื่องของการทำมงคลสามสาย และการเป่ายันต์พรหมสี่หน้า ของหลวงพ่อจง วัดหน้าต่างนอก

- 08.jpg (5.35 KiB) เปิดดู 5440 ครั้ง

- 09.jpg (8.51 KiB) เปิดดู 5436 ครั้ง
ตัวอย่างของการบันทึก เช่น
(1)“พึงตั้งสติให้เกิดความสงบ
(2) พึงระลึกถึงพระเดช พระคุณหลวงพ่อจง แต่ผู้เป็นอาจารย์
(3) เริ่มสำรวม กาย วาจา ใจ ให้บังเกิดเป็นสมาธิ เสร็จพิธีลองสังเกตดู ผู้ปฏิบัติจะได้ผลในเรื่องเกิดอาการดังต่อไปนี้ ถือขนลุกชันตลอด ...........”คุยกันในเรื่องพวกนี้สักพัก
สังเกตว่าวันนี้หลวงพ่อรู้สึกเหนื่อยๆ ทราบว่าท่านนั่งรับแขกอยู่ตรงนี้ทั้งวัน ชุดสุดท้ายก็พึ่งกลับไปในช่วงสักทุ่มกว่าๆ ครับเป็นธรรมดาของพระที่มีชื่อเสียง ที่มีแต่คนอยากเข้าไปหา เข้าไปกราบ ขอความเมตตาจากท่านช่วยปลดทุกข์ในใจของพวกเขา

- 10.jpg (35.84 KiB) เปิดดู 5431 ครั้ง
ผมอยากจะบอกว่า
สิ่งที่ผมประทับใจในองค์หลวงพ่อชำนาญเป็นที่สุด คือความเป็นพระที่มีน้ำใจและช่วยเหลือผู้อื่นตลอด และที่สำคัญที่สุดคือเมื่อใครได้กราบขอเป็นลูกศิษย์ท่านแล้ว เมื่อเวลาที่พวกเขามีเรื่องหรือมีปัญหามาปรึกษาหลวงพ่อ ท่านจะเมตตาช่วยเหลือ ให้คำแนะนำ หากหนักหนามากท่านก็จะลงมือช่วยด้วยตนเอง ต่างคน ต่างวาระ ต่างกรรม ช่วยกันเป็นรายๆ ไป หลวงพ่อไม่เคยปฏิเสธคน ช่วยได้ก็บอกได้ ไม่ได้ก็บอกไม่ได้ แต่ผมเข้าใจครับและเห็นบ่อยๆ คือเมื่อคนเราตั้งความหวังไว้สูง ว่าท่านต้องช่วยได้แต่เมื่อท่านปฏิเสธก็มักจะต่อว่าท่าน บ้างรายก็โกรธไปเลย (โธ่ ใครมันจะเก่งไปซะทุกเรื่อง)

- 11.jpg (54.55 KiB) เปิดดู 5433 ครั้ง

- 12.jpg (31.62 KiB) เปิดดู 5427 ครั้ง
วันนี้มีคนมาขอให้ทำธง ไม่รู้ธงอะไร บอกว่าไม่เคยทำ ทำไม่เป็น ก็ไม่เชื่อแถมยังว่าถ้าไม่ได้ก็จะไม่เข้าวัดนี้แล้ว แน่ะ...ขู่เราซะอีก....
เอาซิ... ข้าว่าข้าไปเชิญมันมาตั้งแต่เมื่อไหร่ว่ะ อีกรายวันนี้ดูดีหน่อย มาจากราชบุรีวันแรกที่มาตัวผอม ดำ ญาติบอกว่าโดนของ ข้าก็ถามชื่อ ถามวันเกิด ดูแล้วไม่เห็นจะเป็นอะไรนี่หว่าเลยกระซิบบอกญาติมันว่า ถ้าพวกเอ็งเชื่อข้านะ ให้เอามันไปส่งโรงพยาบาลก่อน ให้น้ำเกลือ น้ำตาล ซักสามวันพวกเอ็งค่อยพามันกลับมาหาข้า วันนี้มันมากราบข้า บอกว่าข้าเก่ง ถามแค่วันเดือนปีเกิดรู้เลย ปัดโธ่... คนเรามันไม่ได้กินข้าว มันไม่สบายใจ พอไม่สบายใจกินอะไรไม่ลง หนักๆเข้าเลยทรุด” (หลวงพ่อเล่าพร้อมยิ้มด้วยความเมตตา)

- (ภาพนี้เจอในตู้เลยขอหลวงพ่อมา)
- 13.jpg (44.51 KiB) เปิดดู 5437 ครั้ง
“พวกเอ็งจำไว้ คนเราไม่มีใครอยู่จีรังยั่งยืน ทุกคนกำลังเดินไปสู่จุดจบทั้งนั้น หมั่นทำความดี อย่างข้าหากเป็นอะไรไป จะมีคนสองจำพวกมาหา พวกหนึ่งก็ว่า “เออ... ตายไปซะก็ดี ชอบบ่นเยอะจัง” อีกกลุ่มก็ว่า “ท่านไม่น่าตายเลย”
พวกเอ็งเลือกเอา จะเป็นพวกไหน จะนอนให้เขาว่าอย่างไหน ข้าไปข้าไม่ต้องกังวล ข้าไม่เคยทำบาป ข้าไม่เคยว่าร้ายคน ช่วยเหลือคนตลอด พวกเอ็งล่ะ พยายามเร่งทำความดีไว้เยอะๆเถอะ เวร กรรม นรก สวรรค์ มีจริงนะหนีไม่พ้น”ผมคิดในใจ วันนี้หลวงพ่อมาแปลกๆ แฮะ (ไหง)คุยมาลงเรื่องนี้ได้ ยังคิดไม่ทันไร ท่านก็ต่ออีกยก
“พวกเอ็งรู้มั๊ย การเสกพระอะไรสำคัญที่สุด” ทุกคนเงียบครับ คงกำลังงง ว่าจะเกิดอะไรกับชีวิตของแต่ละคนอีก
"ใจ สำคัญที่สุด และขอให้รู้ว่าสิ่งที่เราจะเสกเป็นอะไร นั่นคือเรื่องสำคัญ บางองค์เสกทั้งๆที่ยังไม่รู้เลยว่ากล่องตรงหน้าคือกล่องอะไร เราจะต้องรู้ก่อนว่าเราจะเสกอะไร กำหนดจิตไปตรงนั้น ข้าเคยไปเสกข้างนอก เดี๋ยวๆมาสะกิดแล้ว ท่านๆ ลืมตามารับซองก่อน เออ... มันจะดียังไง กำลังเสกอยู่เพื่อนมาเรียกปลุกเราซะแล้ว บางองค์เสกๆอยู่ หยุดเสกมารับโทรศัพท์ เฮ้อ.. พวกเอ็งจำไว้นะคนเราทำอะไรสักอย่าง ใจสำคัญที่สุด
คิดดูสิ เจ็บอะไรยังไม่เท่าเจ็บใจเลย”
ถึงตรงจุดนี้ผมอยากจะบอกว่า วัดบางกุฎีทองแห่งนี้ ไม่เคยจัดพุทธาภิเษกหมู่ หลวงพ่อชำนาญท่านจะเสกของท่านเพียงองค์เดียวตลอด ถามว่าแล้วใช้ได้ไหม เพื่อนๆลองฟังคำพูดที่หลวงพ่อท่านบอกกับลูกศิษย์ซิครับ
“ถ้าพวกเอ็งเอาไปแขวนแล้วไม่ดี ไม่ได้ผล เอ็งเอามาเขวี้ยงใส่ข้าได้ ข้าไม่ว่า”คำพูดนี้เป็นเหมือนสัญญา เป็นเสมือนหลักประกัน ที่หลวงพ่อมีให้กับลูกศิษย์ของท่านทุกคน มันไม่ใช่เรื่องเกินเลยจริงๆครับ ทุกวันนี้เวลาที่วัดบางกุฎีทองมีงาน เราจะเห็นลูกศิษย์ของหลวงพ่อชำนาญมาร่วมงานกันจนล้นวัด ทุกคนที่มาต่างแขวนพระของท่านมากันเต็มคอ ต่างคนต่างแขวนออกมาโชว์อย่างภาคภูมิใจ ผมเคยถามลูกศิษย์ท่านว่าทำไมต้องแขวนเยอะแยะ แขวนองค์เดียวก็ได้ เขาตอบผมว่า
“แขวนหนึ่งองค์แล้วชีวิตดีขึ้น ลองแขวนอีกหนึ่งองค์ก็ดีขึ้นอีก คราวนี้เลยแขวนใหญ่เลย” ครับคนเราเมื่อมีประสบการณ์เกิดขึ้นกับตัว ก็จะยิ่งทวีความเชื่อมั่น ผมเคยให้พระสมเด็จปรกโพธิ์กับพี่ที่เป็นนายทหารท่านหนึ่ง (สังกัด รร.นายร้อย ที่เขาชะโงก) บอกท่านว่าลองเอาไปอธิษฐานดูแต่ถ้าไม่ได้ผลนะให้เอามาคืนผม ทุกวันนี้เวลาทางวัดมีงานพี่ทหารท่านนี้จะนำลูกน้องมาช่วยงานเสมอ เวลาเจอผมท่านจะเอาพระองค์นี้มาอวดผมเสมอ(ผมคิดว่า ชาตินี้คงไม่ได้คืนแล้ว)
ก่อนลาท่านกลับเนื่องจากเห็นว่าสมควรแก่เวลาและหลวงพ่อก็ดูจะอิดโรยจากการอบรมพวกเรา ท่านยังได้ให้ข้อคิดกับพวกเราด้วยครับ

- 14.jpg (18.04 KiB) เปิดดู 5422 ครั้ง
“จำไว้คนเราไม่สำคัญหรอกว่า เราเกิดมาจะเป็นอย่างไร หรือจะมีอะไรเกิดขึ้นกับชีวิต มันสำคัญที่ว่าเมื่อมีเหตุการณ์ต่างๆ เกิดขึ้นแก่ชีวิตเราแล้ว เราคิดกับมันอย่างไรต่างหาก ถ้าใจเราคิดว่าดี มันก็ดี คิดว่าสุข มันก็สุข
ถ้าคิดว่ามันทุกข์ มันก็จะทุกข์ตลอด อย่าไปอาวรณ์กับเรื่องไม่ดีหรือน้อยใจกับเรื่องราวต่างๆที่ผ่านเข้ามา เราจะต้องอยู่ต่อไปเพื่อทำสิ่งดีๆ ไปเรื่อยๆ ” ผมจดบันทึกนี้เพื่อเป็นการระลึกถึงความเมตตาที่หลวงพ่อมีให้กับผม ตลอดเวลาที่ผ่านมาหลวงพ่อไม่เคยให้ผมยึดมั่นกับวัตถุมงคล(แต่ผมก็อดใจไม่ได้) ดังนั้นเมื่อผมได้มีโอกาสได้เข้าไปกราบท่านในช่วงที่ท่านว่างจากการรับแขก เรื่องราวที่ท่านเมตตาสนทนากับผม มันจึงออกมาเป็นแบบนี้แหละครับ ตอนอยู่ที่วัดจะค่อนข้างมึนงงกับคำสอนของท่าน(เป็นประจำ) แต่พอเอากับมานอนคิด นึกถึงคำพูด คำสอนของท่านแล้วผมอดที่จะอมยิ้มไม่ได้ซักที
“ครับมันสำคัญว่าเราคิดกับมันอย่างไรมากกว่า คิดดี ก็ดี คิดสุข ก็สุข
ชีวิตต้องอยู่ต่อไปเพื่อทำสิ่งดีๆ ไปเรื่อยๆ
ชีวิตต้องอยู่ต่อไปเพื่อทำสิ่งดีๆ ไปเรื่อยๆ
ชีวิตต้องอยู่ต่อไปเพื่อทำสิ่งดีๆ ไปเรื่อยๆ”

- 15.jpg (51.24 KiB) เปิดดู 5427 ครั้ง
ขอขอบคุณ คุณพรชนก สุขพงษ์ไทยและร้านเบญจพร เอื้อเฟื้อภาพสวยๆ เพื่อนต่อ สำหรับคำแนะนำ คุณสมบูรณ์ ร้านนายอ้อ สระบุรี สำหรับกำลังใจที่มีให้เสมอมาและหวังว่าจะมีให้ตลอดไปครับ