พฤหัสฯ. 17 ธ.ค. 2009 2:49 pm
‘สีหบรรลือ’
มหาสิงหนาทแห่งเหรียญในหลวงพ่อสาลีโข
สำนักพุทธอุทยานธรรมโกศล ต.หน้าไม้ อ.ลาดหลุมแก้ว จ.ปทุมธานี
โดย...รณธรรม ธาราพันธุ์ครั้งเมื่อเขียนระลึกอดีตที่หลวงพ่อสาลีโขสร้างขลังปลูกศรัทธาในผมแลหมู่คณะกับทั้งแนะนำ ‘ตะกรุดมหาระงับ’ สุดวิเศษให้ท่านผู้อ่านรู้จัก ก็มีกระแสตอบรับมากมายจนผมรู้สึกผิด
‘ผิด’ ที่ไม่ได้บอกรายละเอียดของราคา
‘ผิด’ ที่ไม่ได้บอกทางไปวัด...ที่ไม่ได้แนะนำรายละเอียดประดามีที่ควรแนะนำ และอีกสารพัด
‘ผิด’ ซึ่งผมสมควรรับโทษ
แต่ขอเรียนว่าทุกท่านเข้าใจผม ‘ผิด’คอลัมน์นี้มีขึ้นด้วยวัตถุประสงค์จะชี้นำให้ทราบชัดถึงที่มาของมงคลวัตถุ โดยเฉพาะบรรดาลูกหลานผู้ได้รับมรดกขลังสืบทอดจากรุ่นปู่ ตา พ่อ ซึ่งปราศจากคำบอกเล่าแนะนำว่า พระนี้ เครื่องรางนี้คืออะไร เป็นของท่านผู้ใดและมีความสำคัญอย่างไร
ผู้ไม่รู้เมื่อได้เห็น ได้อ่าน ก็จะทราบว่าของขลังที่ตนครอบครองมีความเป็นมาเช่นไร แลเป็นของใคร จะให้ความสำคัญสักการบูชาไม่ทอดทิ้งก็ตรงนี้ เพียงอยากให้รู้จักของดีและคนทำเท่านั้นเองผมจึงไม่เคยเขียนราคาและบอกทางไปวัด เว้นไว้แต่หลวงพ่ออุตตมะกับหลวงปู่คำพัน ซึ่งได้รับการ
‘ขอ’ จากศิษย์ท่านโดยตรง
ผมบริสุทธิ์ใจ ฉะนั้น ตรงนี้จึงมีเพียงคำขออภัยจากผม ที่บางครั้งงานเขียนจะทำให้ผู้อ่านรำคาญใจ และต้องขออภัยกับเจ้าหน้าที่ศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายที่ต้องรับโทรศัพท์ซึ่งโทรเข้ามาสอบถามมากมายโดยท่านไม่มีข้อมูล เอาเป็นว่าต่อนี้ไปใครจะตำหนิติติงอะไร กรุณาโทรหาผมโดยตรงนะครับ
จะหูชาก็คราวนี้เอง
หลายท่านขวนขวายอยากพบหลวงพ่อสาลีโข ผมว่าอย่าดีกว่า บอกดัง ๆ เลยว่า
ท่านดุเหลือใจ ไม่ใช่ไร้ความเมตตา แต่จริตนิสัยท่านเป็นเช่นนั้น รวดเร็วแต่ต้องเรียบร้อย ว่องไวแต่ต้องเงียบสนิท อันเป็นสิ่งที่ศิษย์ทุกคนรู้ดี
เข้าพบท่านต้อง 6 โมงเช้า ถึง 11 โมงตรง ก่อนก็ไม่ได้ หลังก็ไม่ได้ มาพบต้องมีดอกบัว ธูป เทียน ถ้าไม่มีอย่าเข้าไป

- 01-1.jpg (49.41 KiB) เปิดดู 7260 ครั้ง
มีนายทหารอากาศยศนายพัน 2 ท่าน หิ้วถังสังฆทานมา 4 ถัง วางแล้วกราบอย่างงามเรียนท่านว่า “พวกผมผ่านมาทางนี้พอดี เลยอยากแวะถวายสังฆทานกับหลวงพ่อครับ”
ท่านเพ่งตามองแล้วถามว่า
“ดอกไม้ธูปเทียนไปไหน” 2 นายพันพนมมือเลิ่กลั่ก
“มาทำไม ดอกไม้ธูปเทียนไม่มี กลับไปก่อน พรุ่งนี้มาใหม่เอาดอกไม้ธูปเทียนมาด้วย ถ้ายังไม่เอามาอีกก็ไม่ต้องมา” กราบลาทันที ดุไหม? ให้สังเกตคำพูดนายพันที่ว่า “ผ่านมาพอดี” แสดงให้เห็นว่าปราศจากความตั้งใจมาจริง ๆ เพียงแค่มาธุระแล้วผ่านจึงแวะเสียหน่อยไม่ให้เสียเที่ยว สมควรถูกดุหรือเปล่า ดอกไม้ธูปเทียนนั้นหลวงพ่อถือเป็นสัญญลักษณ์สำคัญในการเข้าพบท่าน เท่ากับว่ามีความจริงใจที่มา มีความเคารพใน
หลวงปู่เผือก เคารพในครูอาจารย์ของท่านและองค์ท่านแท้จริง
ถ้าคิดไปก็อย่าลืม หากมีโอกาสเข้าพบท่านแล้ว กรุณาอย่าชักชวนให้ท่านเสกนั้นเป่านี้หรือทำอะไรดังต้องการ ท่านจะพิจารณาของท่าน เมื่อเห็นควรท่านก็ทำให้เอง โดยเฉพาะการลงทอง เหล่านี้เป็นเรื่องที่ควรทราบไว้ก่อนเพื่อความไม่ลำบากใจกับทั้งหลวงพ่อและท่านที่จะไปกราบ
ข้อคำนึงอันหนึ่งที่ท่านฝากไว้ก็คือ
“หากจะมาเพื่อเช่าวัตถุมงคล ก็เช่าได้ตามต้องการ แต่ไม่ต้องเอามาให้ฉันเสกเป่าอะไรอีก เพราะฉันทำไว้อย่างดีที่สุดแล้ว” นี่คือประกาศนียบัตรหนึ่งในหลายใบวัตถุมงคลที่จารึกนามหลวงปู่เผือก และหลวงพ่อสาลีโขให้กระฉ่อนในวงการมาตลอด 30 กว่าปี คือ
เหรียญรุ่นแรก รูปหลวงปู่เผือกประทับนั่งบนสิงหราช หรือที่เรียกกันว่า
‘รุ่นขี่สิงห์’ นั่นเอง
เหรียญนี้สร้างอภินิหารและประสบการณ์ในโลกแห่งขลังอย่างไม่รู้จบ เล่ากัน 7 วัน 7 คืนก็ไม่หมด ขลังขนาดที่คนถูกปล้นบ้าน โจรยิงปืนเข้าใส่แบบเผาขนแค่ทีวีคั่น 3-4 นัดไม่ลั่นสักโป้ง โจรตกใจเผ่นหนีไม่ได้อะไรติดมือไปเลย เจ้าบ้านหายตระหนกก็แปลกใจเป็นหนักหนาด้วยตนไม่ได้แขวนพระหรือพกของดีอะไร ทำไมผู้ร้ายยิงไม่ออก
สุดท้ายก็ขนหัวลุก เพราะไปเห็นเหรียญหลวงปู่เผือกรุ่นแรก วางอยู่บนหลังทีวี ขลังขนาดนั้น ทุกวันนี้คนอยากได้ต้องทำใจสุด ๆ เพราะหายากเหลือใจ ราคาแพงเป็นหมื่นอีกตะหาก มิหนำซ้ำของปลอมก็เหมือนซะไม่มี ไม่จำเป็นต้องเล่นตามเขาดอก
เพราะผมเชื่อว่า “หลวงพ่อเก่งขึ้นทุกวัน”‘สีหบรรลือ’ เป็นเหรียญรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสตัดมุม สร้างขึ้นในปี พ.ศ.2534 มีเนื้อทองคำ เงิน ทองแดง วัตถุประสงค์ที่จัดสร้างขึ้นเพื่อ
1. เป็นอนุสรณ์ระลึกถึงพระคุณของหลวงปู่เผือก และทำบุญอายุสรงน้ำ
2. ก่อสร้างและปฏิสังขรณ์เสนาสนะ

- เหรียญสีหบรรลือ เนื้อเงินบริสุทธิ์ พิมพ์ใหญ่ สร้างพ.ศ.2534 ปลุกเสก 3 ปี องค์นี้จารเต็มทั้งเหรียญ
(ด้านหน้า - หลัง)
- _เงิน 01-1.JPG (100.44 KiB) เปิดดู 6684 ครั้ง
เหรียญสีหบรรลือ มีด้วยกัน 2 พิมพ์ คือ พิมพ์ใหญ่ ยาว 4.5 ซม. กว้าง 4 ซม. และพิมพ์เล็ก ยาว 3 ซม. กว้าง 2.5 ซม.
ด้านหน้า เป็นรูปหลวงปู่เผือกนั่งสมาธิเหนือกอบัว ล้อมด้วยพระคาถาบารมี 30 ทัศ ซ้าย-ขวาเป็นยันต์พระภควัมบดี ข้างใต้เป็นนะทรงแผ่นดิน เหนือศีรษะสิงหราชเป็นยันต์หัวใจเทพชุมนุม ล้อมด้วยนะปถมัง 108
ด้านหลัง รูปพระนารายณ์ทรงครุฑยุดนาค ให้ผลทางมหาอำนาจปราบภัยพาลทุกสิ่ง รอบด้านเป็นนะปถมัง 108 ใต้ลงมาเป็นหัวใจเทพชุมนุม ลงมาอีกเป็นนะฤๅชา ซ้ายเป็นรูปหนุมานถือพระขรรค์ ขวาเป็นองคตทั้ง 2 ล้อมด้วยอักขระพระเจ้า 5 พระองค์ และธาตุ 4 ดิน น้ำ ไฟ ลม เพื่อหนุนให้มีชีวิตเป็นตัวเป็นตนขึ้นในนิมิต
ตั้งแต่เห็นรูปเหรียญพระคณาจารย์ทั้งหลายมา ‘สีหบรรลือ’ ได้ชื่อว่าถูกบรรจุอักขระเลขยันต์ วิชาสำคัญ ๆ ที่เจียนสูญหายไว้ได้มากที่สุด โดยเฉพาะเหรียญทองคำและเหรียญเงิน หลวงพ่อจะใช้เวลาทำสมาธิลงเหล็กจาร เขียนอักขระเรียกสูตรไปตามขั้นตอนแบบโบราณประเพณีอย่างแท้จริง ทีละตัว...ทีละตัว...อย่างตั้งใจ
ท่านเล่าว่า เมื่อกำหนดจิตภาวนาสูตรนั้น พลังทั้งหมดจะมารวมอยู่ที่กลางอก เมื่อจิตนิ่งมีกำลังถึงที่สุดท่านก็ถ่ายปราณให้แล่นไปตามแขนและวิ่งเข้าเหล็กจารออกไปเป็นอักขระเลขยันต์ที่เขียนขึ้น ยิ่งเขียนมากเท่าไรพลังก็ยิ่งรวมตัวมาก กระทั่งชาไปทั้งแผ่นอกและแขนขวาจนปราศจากความรู้สึกใด ๆ ต่อเมื่อเขียนเสร็จจึงรับรู้ว่าปวดแขนและมือเหลือกำลัง
ดังนั้นเหรียญที่ท่านลงจาร จึงไม่ได้หมายถึงมีรอยขีดเขียนให้ดูดีมีราคา แต่เป็นความตั้งใจจริงของครูบาอาจารย์ที่ประสงค์จะทำของให้คุ้มชีวิตผู้เลื่อมใสในท่าน คุ้มได้พอ ๆ กับที่ท่านคุ้มตัวเอง

- เหรียญสีหบรรลือ เนื้อทองแดง พิมพ์ใหญ่ เป็นพิมพ์เดียวกับเนื้อเงิน
- _ทองแดง 01-1.JPG (78.08 KiB) เปิดดู 6681 ครั้ง
‘สีหบรรลือ’ ไม่ได้มีแต่เพียงรูปสวย หากเนื้อแท้ถูกหล่อหลอมจากแผ่นโลหะต่างชนิด ทั้งทอง เงิน ทองแดง ซึ่งถูกลงพระยันต์ศักดิ์สิทธิ์บรรจุวิทยาคุณแบบเต็มสูตรจำนวนนับสิบกิโล หลอมแล้วนำมาลงอีกแล้วนำไปหลอมอีกซ้ำซ้อนเช่นนี้หลายครั้งจนดูยุ่งยาก หากนี่คือนิสัยของท่าน เป็นความรับผิดชอบต่อชวิตของศิษย์และผู้เลื่อมใสที่จะนำไปแขวนอย่างหาได้ยาก
ทั้งที่กำเนิดในปี 2534 แต่ถูกนำมาแจกจ่ายในปี 2536 เพราะหลวงพ่อเข้าที่ภาวนาปลุกเสกอย่างสุดกำลังท่านถึง 3 ปี จนท่านปรารภถึงการเข้าสมาธิปลุกเสกและการจารว่า
“ไม่สะดุดเลย”ใครที่บ่นอยากได้เหรียญหลวงปู่เผือกรุ่นแรกจงเบาใจเถิด ด้วยหลวงพ่อพูดถึงสีหบรรลือภายหลังการเสกว่า
“ไม่ต้องไปหาเหรียญขี่สิงห์หรอก เอาเหรียญนี้ไปใช้แทนกันได้เลย”นี่คือประกาศนียบัตรโบว์แดงท่านมั่นใจของท่านขนาดที่ว่ารถเบนซ์ประจำวัดที่นายทหารผู้ใหญ่ถวายมาให้หลวงพ่อใช้พร้อมกับพลขับนั้น ไม่ปรากฏการเจิม มีเพียงเหรียญสีหบรรลือเนื้อเงินเลี่ยมแขวนติดกระจกหน้ารถอยู่เหรียญเดียว
ลงคนเสกมั่นใจ คนแขวนอย่าสงสัยเลย เมื่อวันไหว้ครูต้นเดือนเมษายน ศิษย์คนหนึ่งเปิดเสื้อให้ผมดูรอยถูกแทงที่ฟกช้ำอยู่ถึง 3 จุด ผู้แทงที่กะเอาชีวิตเขาก็ไม่ได้สมใจเพราะคมมีดไม่อาจกรีดหนังเขาได้ และทั้งตัวเขามีเพียงเหรียญสีหบรรลือเนื้อทองแดงแขวนที่คออยู่เหรียญเดียว
เหรียญสีหบรรลือ เนื้อเงินพิมพ์ใหญ่มีจารทุกเหรียญ ทำบุญ 3,500 บาท พิมพ์เล็ก ไม่มีจาร 1,500 บาท เนื้อทองแดงพิมพ์ใหญ่ 200 บาท พิมพ์เล็ก 100 บาท
(ราคาเมื่อปีพ.ศ. 2542 นะครับ)ทางไปวัด ถ้าใช้ถนนวงแหวนรอบนอก พุทธมณฑล-สุพรรณบุรี ให้วิ่งไปเรื่อยจนถึง 4 แยกนพวงศ์ เลี้ยวซ้ายจะไป อ.บางเลน เลี้ยวขวาไป อ.ลาดหลุมแก้ว แต่กลางสี่แยกจะตั้งแผงคอนกรีตห้ามเลี้ยวขวา ให้เลยไปหน่อยราว 100 เมตร จะมีทางยูเทิร์นให้วกกลับแล้วเลี้ยวซ้ายเข้าลาดหลุมแก้ว วิ่งไปประมาณ 1 กม. อุทยานธรรมโกศล จะอยู่ซ้ายมือ
ถ้าเริ่มจาก อ.ลาดหลุมแก้ว วิ่งตรงไปเรื่อย วัดจะอยู่ขวามือ สังเกตปั๊มน้ำมันคอสโม ถึงปั๊มแล้วตรงไปอีกหน่อย จะมีสะพานข้ามคลองหน้าไม้ ให้ลอดใต้สะพานกลับรถมา วัดจะอยู่ซ้ายมือ
ทั้งหมดนี้เพื่อผู้อ่านที่มีศรัทธา และเป็นกำลังใจของผมล่ะครับบทความนี้ได้ตีพิมพ์เมื่อ วันที่ 16 มิถุนายน 2542