อาทิตย์ 28 ก.พ. 2010 11:02 am
"งามว่ะ"
ดำเกิง หนุ่มมาดเข้ม รำพันกับตัวเองเบาๆขณะที่ขับรถผ่านโรงเรียนอนุบาล เมื่อสายตาอันแหลมคมประดุจเหยี่ยว พากพาไปพบกับครูสาวในชุดสีฟ้าอ่อน และจากวันนั้นดำเกิง ก็ต้องขับรถมาแถวๆหน้าโรงเรียนอนุบาลแห่งนั้นทุกวันมิได้ขาด และจะว่าโชคดีหรือกรรมบันดาล วันนึง ดำเกิงหนุ่มหล่อ ก็ได้มีโอกาศโอภาทักทายครูสาว เนื่องจากหนุ่มดำเกิง หาข้อมูลว่าทุกวันศุกร์ ครูสาวจะต้องเข้าในตัวจังหวัด หนุ่มดำเกิงเลี้ยวรถจอบเทียบบาทวิถี ที่ครูสาวยืนอยู่
"คุณครูครับ ไปด้วยกันนะครับ......"
"อุ๊ย...เอ่อ จะดีเหรอคะ...."
"ครูจะไปไหนล่ะครับ พอดีผมจะออกไปธุระที่ในตัวจังหวัดพอดีครับ...."
"เอ่อคือว่า...."
"ไม่ต้องเกรงใจครับ ผมศิษย์เก่าที่นี่....."
"ค่ะขอบคุณ......."
ดำเกิง หนุ่มมาดเข้มยอมผิดศีลข้อมุสาวาทาฯ เพียงเพิ่อให้ได้ใกล้ชิดโฉมนาง
"ผมชื่อดำเกิงครับ....."
"เอ่อ ดิฉัน....เรียกมัยก็ได้ค่ะ....."
"มัย...มัยราบหรือเปล่าครับ..ฮ่าๆๆๆๆๆๆ...."
ครูสาวมีสีหน้าขรึม เพราะไม่ขำกับมุขตื้นๆของดำเกิง
"อุ๊ยขอโทษครับ...ไม่ได้ตั้งใจนะครับ........"
"มัยราบชื่อคุณแม่ของดิฉันค่ะ......"
หนุ่มดำเกิงทำสีหน้าปูเลี่ยนบอกไม่ถูก จึงได้เฉไฉพูดคุยเรื่องอื่นไป หลังจากวันนั้น หนุ่มดำเกิงก็เทียวไปเทียวมา รับครูสาวไปนู่นไปนี่ จนเพื่อนฝูงต้องถามไถ่ด้วยความเป็นห่วง เพราะไม่เห็นหน้าค่าตากันเลย
"ดำเอ้ย หมู่นี้ข้าไม่เห็นเอ็งจะมาสังกะสันกับพวกข้าเลย หายไปไหนมาวะ"
"ก็งานมันเยอะนะซี..."
หนุ่มดำเกิงเริ่มมุสาฯอีกแล้ว แต่หากในใจกำลังคิดถึงใบหน้าอันน่ารักผุดผ่อง ของชมัยพร ครูสาว ที่ตัวเขาแอบหมายปองอยู่ในใจ
"อ้ายเกิง........."
เสียงดังของเพื่อนดังลั่น กลบภาพสวยงามจนหมดสิ้น ดำเกิงหันมองพลพรรคน้ำเมาแล้วก็บอกลา
"วันนี้ต้องขอตัวก่อนละวะ มีธุระต้องเข้าไปส่งของในตัวจังหวัด"
"ชะช้า...อ้ายเกิง ดูมีพิรุธมากนักนะ ถามจริงเถอะ มีอะไรปิดพวกข้าหรือเปล่า"
"พิรุธพิแรทอะไร ข้าไม่มีทั้งนั้น งานตอนนี้มันเยอะ เอาไว้ปากเหมาะเคราะห์ดี จะมานั่งกินกับพวกเอ็งยันรุ่งเทียว....."
ดำเกิงหนุ่ม ขับรถมาจอดข้างบาทวิถี ฝั่งตรงข้ามกับโรงเรียนของชมัยพรครูสาว หากแต่วันนี้ดูผิดแผกตาไป เมื่อดำเกิงเห็นภาพหนุ่มนายร้อยสองดาว ยืนยิ้มโอภาปราสัยกับชมัยพรของเขา และที่ทำให้เขาต้องรู้สึกปวดใจเพราะมือของไอ้หน้าตี๋สองดาวกุมเกาะอยู่กับมือของชมัยพร
"นี่มันอะไรกันโว้ย........................"
ดำเกิงหนุ่มมาดเข้ม รู้สึกหูอื้อตาลาย พยายามข่มโทสะที่กำลังพลุ่งพล่าน ภาพไอ้หมวดหนุ่มหน้าตี๋ที่ยืนกุมมือครูชมัยพรมันทำให้เขาสุดที่จะทานทน หากแต่ก็ระงับไว้ได้ และหาทางลองพูดคุยไถ่ถามจากปากของชมัยพร ครูสาวดู
"หมวดเอก เป็นแฟนของมัยคาะ เราจะแต่งงานกันปีหน้า........"
"ครูทำไมไม่บอกผมว่ามีแฟนแล้ว ทำไม....."
"มัยไม่คิดว่าคุณดำเกิง คิดอะไรแบบนั้นกับมัยนี่คะ..."
"โธ่........อนิจจา ชมัยพร.............."
หลังจากวันนั้นโลกของดำเกิงหนุ่มมาดเข้ม ก็ดูจะเป็นสีเทาแรดำไปซะหมด
"มึงมองหน้ากูทำไม....เดี๋ยวตบกระบาลแยก..."
ดำเกิงหนุ่มโกรธสุนัขที่ยืนมองหน้าเขา
"เฮ้ย...ข้องใจเหรอ....เดี๋ยวพ่อกระทืบ....."
ดำเกิงหนุ่มรู้สึกขัดลูกหูลูกตาเมื่อ เห็นภาพคุณทักษิณโฟนอินจาก DTV
"ไปให้พ้นลูกตากูเลยนะพวกมึง............"
ดำเกิงหนุ่มอารมณ์ดี บัดนี้แปรสภาพเป็นคนฉุนเฉียวง่าย เขาเกือบจะเตะเด็กหนุ่มวัยรุ่นสองคนที่เดินผ่านเขา หากแต่เป็นดำเกิงที่ต้องเดินเลี่ยงไปเอง เพราะสองคน ก็มีถึงสี่ตีน และทำท่าจะขยับตีนก่อน
ตกดึกคืนนั้นเอง ดำเกิงหนุ่มขับรถไปบ้านครูชมัยพร
"อ้าวคุณดำเกิง.....มีอะไรหรือเปล่าคะ...."
"มีอะไรอยากจะพูดกับครูหน่อยครับ...."
"คุยที่นี่ก็ได้ค่ะ.....ดึกแล้ว....."
"ครูไม่ไว้ใจผมแล้วเหรอครับ....."
"ก็...อืม..ก็ได้ค่ะ....เดี๋ยวเปลี่ยนเสิ้อผ้าก่อน.."
"แป๊บเดียวเองครับ เดี๋ยวผมมาส่ง...........ไปหาอะไรทานกันในตลาด..."
"ค่ะ..."
..........................................................................................
"เอ๊ะทางนี้ไม่ได้ไปตลาดนี่คะ.....คุณดำเกิง...."
".....................คุณทำร้ายหัวใจผมมากนะชมัยพร...."
"อะไรกันคุณดำเกิง.....พาดิฉันกลับบ้านเถอะค่ะ ......"
ดำเกิงหนุ่ม ตอนนี้เลี้ยวรถเข้าไปในสวนมะละกอ พันธุ์ฮออลแลนด์ ที่กำลังตกลูกสะพรั่ง มิวายที่ครูสาวพยายามอ้อนวอนให้พากลับ หากดำเกิงขณะนี้มีแต่ความเจ็บแค้น ที่ครูสาวมีแฟนแล้ว แต่ไม่ยอมบอก ปล่อยให้เขาหลงรักจนหมดหัวใจ
"อย่านะ..ปล่อย......."
ดำเกิงพาครูสาวเข้าไปในบ้านหลังหนึ่งซึ่งมืดสนิท ครูสาวพยายามอ้อนวอนต่างๆนาๆ แต่ดำเกิงหาได้หยุดไม่ สองแขนกำยำเปรียบว่าจะหักคอวัวได้ในทีเดียว มือนึงจับแขน มือนึงกระชากเสื้อนอนบางเบาจนหลุดลุ่ยออกมา เผยผิวพรรณขาวเนียล ยามเมื่อกระทบกับแสงจันทร์ที่ลอดผ่านบานหน้าต่างเข้ามา ครูสาวพยายามปิดป้อง แต่ก็เหมือนปล้องอ้อยปล้องแขม มิอาจจะทานกับพายุใหญ่ที่โหมกระหน่ำได้ บัดนี้เหลืองเพียงร่างเปลือยเปล่า ที่กำลังจะตกอยู่ภายใต้เงื้อมือของซาตาน นามว่า ดำเกิง
"อย่าทำอะไรมัยเลยนะคะ..ดำเกิง....อย่าค่ะ.."
บัดนี้ดำเกิงหนุ่ม มิใช่ดำเกิงผู้อ่อนโยนอีกต่อไป แต่หากว่าเป็นดำเกิงผู้ตกอยู่ภายใต้กามตัณหาที่ครอบงำจิตใจเบื้องลึก ดำเกิงดึงร่างครูสาวเข้ามา ซุกไซร้ไปตามซอกคอ กลิ่นสาวเย้ายวนหัวใจยิ่งนัก ส่วนครูสาวเองนั้นเล่า อ่อนระทวยด้วยว่ามิเคยต้องมือชายใด แถมยังถูกสองมือตะโบมไปทั่วสองถันกอันเปล่าเปลือย และ.................
"ลูกเขาเมียใคร ใครก็รัก ถูกแล้วหรือที่เอ็งทำแบบนี้......................"
เหมือนทุกอย่างจะหยุดนิ่งอยุ่กับที่ ดำเกิงหนุ่ม ชะงักงันเพราะเสียงลึกลับที่ดังแว่วมาในโสตจิต.....สองมือที่กำลังรุกไล้ไปตามเรือนร่างกลับแข็งจนขยับไม่ได้เหงื่อกา ฬไหลพรั่งพรู บัดนี้ดำเกิงหนุ่มหายใจติดขัดตัวชาเหมือนคนจมน้ำ ร่างครูสาวอันโสภา ที่เคยขาวนวลเนียล กลับกลายเป็นดำคล้ำ มีเพียงสายตาเท่านั้นที่สามารถขยับเขยื่อนได้ ดำเกิงหนุ่ม เพ่งมองไปยังร่างของครูชมัยพร ซึ่งบัดนี้แปรเปลี่ยนเป็นหมูตัวขนาดมหึมา กำลังกดทับอยู่บนหน้าอก หายใจไม่ออก
"ช่วยด้วย........................................."
ดำเกิงหนุ่มสะดุ้งพรวด ลุกขึ้นมา คอแห้งผาก ใจสั่นจนเหมือนกับว่าจะระเบิดออกเป็นเสี่ยงๆ สองมือที่แข็งขยับๆไม่ได้ ก็ค่อยๆคลายออก และแล้ว สิ่งที่ดำเกิงมองเห็นอยู่ในมือกลับเป็นเหรียญของหลวงพ่อสุรินทร์ ดำเกิงพยายามลำดับเหตุการณ์ ก็พอจะนึกได้ ว่า
หลังจากส่งครูชมัยพรกลับบ้าน และได้ทราบว่าครูกำลังจะแต่งงานกับตำรวจคนนึง เลยทำให้ดำเกิงเสียใจนิดหน่อย จึงกลับมาบ้านนั่งก๊งเหล้าอยู่คนเดียว นั่งอยู่จนดึกได้ยินเสียงโทรศัพท์ดังออกมาจากห้องนอน จึงเดินเข้ามาในห้องนอน เสียงโทรศัพท์ขาดหายไป และกะว่าจะเดินออกไปนั่งซดเหล้าต่อ แต่เหลือบไปเห็นซองใส่เหรียญหลวงพ่อสุรินทร์ที่ได้มาเมื่อเช้าหล่นอยู่ที่พื้น จึงหยิบมาดูและนั่งลงบนเตียง นั่นคือภาพความทรงจำสุดท้าย ก่อนจะสะดุ้งตื่นขึ้นมา....อนิจานิมิตบาป เกือบไปแล้ว
เรื่องนี้ได้เค้าโครงเรื่องมาจากคุณดำ เป้านิ่ง จากเวปศิษย์วัดท้องไทร จึงเอามาเขียนให้อ่านกันแก้เหงา หากผิดข้องหมองใจในข้อเขียน ก็ต้องขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วย
ครูชมัยพร
- แนบไฟล์
-

- 210440_3820754.jpg (24.5 KiB) เปิดดู 2530 ครั้ง