จันทร์ 10 พ.ย. 2008 11:27 pm
สืบเนื่องจากกระทู้เรื่อง
"เหรียญท้าวมหาพรหมธาดา หรือ เหรียญจักรเพชร" ของคุณเด็กยอดดอยที่นี่ ครับ
forum15/topic390.html ได้มีคนกล่าวถึงว่า น่าจะมีการนำเหรียญจักรเพชร 2 มาคุยกันบ้าง แล้วก็ให้บังเอิญวันนี้ 10 พฤศจิกายน 2551 ผมได้มีโอกาสพบท่านพราหมณ์วีระ ลุปต์ซ่าเป็นครั้งแรก และก่อนหน้านี้ผมได้ขอบูชาเหรียญอัศวัตถะมาจากท่านโดยผ่านรุ่นน้องที่รู้จักกันซึ่งเป็นลูกบุญธรรมของท่าน
(ท่านพราหมณ์วีระ ลุปต์ซ่า ท่านเป็นพี่ชายของเณรวิรัช ลุปต์ซ่าผู้สร้างเหรียญจักรเพชร)ผมได้รับความรู้ว่า เหรียญจักรเพชร ไม่มีรุ่น 1 หรือ 2 มีก็เพียงรุ่นเดียว

- 1.jpg (54.92 KiB) เปิดดู 13438 ครั้ง

- 2.jpg (54.68 KiB) เปิดดู 13433 ครั้ง
ส่วนที่เรียกกันว่า
จักรเพชร รุ่น 2 นั้นเป็นการเรียกกันไปเองเพื่อความสะดวกในการเรียกหา หรือเพื่อระบุในการขาย เหรียญอัศวัตถะ ก็คือ เหรียญอัศวัตถะ

- เหรียญอัศวัตถะของผม (ด้านหน้าคือ ท้าวมหาพรหมธาดา)
- co01.jpg (48.67 KiB) เปิดดู 13424 ครั้ง

- ด้านหลังคือ พระนารัทมุนี (ไม่รู้ผมสะกดถูกหรือไม่ไว้จะต้องไปตรวจสอบกับท่านผู้ที่เกี่ยวข้องในการสร้างอีกครั้ง)ท่านองค์นี้คือ องค์ที่เราจะพบในหนังแขกประจำ และท่านจะเดินยิ้มมาพร้อมกับกล่าวคำว่า "นารายณ์ นารายณ์"
- co02.jpg (41.05 KiB) เปิดดู 13419 ครั้ง
ทีแรกผมชั่งใจอยู่นานว่าจะเอาลงตรงไหนดี ระหว่างบทความกับสนทนาตามอัธยาศัย เพราะว่า ผมได้คุยกับท่านพราหมณ์วีระ ผมขอเรียกท่านตามลูกบุญธรรมของท่านนะครับว่า
"พ่อใหญ่"ผมได้บอกกับพ่อใหญ่ว่า ไว้ผมจะหาโอกาสมาขอคุยกับท่านอีกเพราะว่า ผมและเพื่อนๆ มีเว็บไซต์ที่เขียนบทความเรื่องราวต่างๆ และเราต้องการที่จะทำข้อมูลที่เป็นจริงให้คนได้รู้ ท่านก็เมตตาบอกแก่ผมว่า ไว้จะมาวันไหนให้นัดมา
ข้อมูลที่มีคนเขียนกันอยู่ทุกวันนี้ ท่านให้เปอร์เซนต์ความถูกต้องเพียง 80 เปอร์เซนต์เท่านั้นดังนั้น จากคำบอกเล่าของท่าน ทำให้ผมต้องชั่งใจว่า จะทำอย่างไรกับข้อมูลที่ผมกำลังจะนำเสนอ เนื่องจากเป็นการยอมรับโดยดุษฎีว่า เป็นการรวบรวมจากเว็บต่างๆ ที่ผมเปิดเจอและประมวลเข้ามาเรียบเรียง (ตัดแปะ) คิดไปคิดมาก็เลยคิดว่า จะลงในห้องนี้ และในวันข้างหน้าผมจะแวะเวียนไปคุยกับพ่อใหญ่ในโอกาสต่อไป และนำข้อเท็จจริงเหล่านั้นมาแก้ไขในสิ่งที่กำลังจะนำเสนอในครั้งแรกนี้ต่อไป
หมายเหตุ ผมยังไม่สามารถนำรูปของท่านมาลงได้ในที่นี้ เนื่องจากยังไม่ได้ขออนุญาตจากท่าน และต้องการดูผลตอบรับจากเรื่องที่นำเสนอนี้ก่อนที่จะไปคุยกับท่านอีกครั้งครับ เพราะคิดว่า จะพิมพ์บทความเรื่องนี้ไปให้ท่านอ่านอีกครั้งเพื่อชำระความถูกต้องต่อไป
------------------------------------------ในปี พ.ศ.2538 ได้ก่อเกิดเหรียญพระพรหม อันมีนามว่า
"อัศวัตถะ" เป็นเหรียญพระพรหมในสายท่านอาจารย์สามเณรวิรัช ลุปต์ซ่า ซึ่งสร้างโดย
อาจารย์นารโษตตมะ (อาจารย์พ่อ) ซึ่งเป็นบิดาบังเกิดเกล้าของท่านอาจารย์สามเณร ซึ่งก่อนที่ท่านอาจารย์เณรจะพ้นจากหน้าที่ทางโลก และละโลกนี้ไปในปีพ.ศ.2509 ท่านได้มอบหมายถ่ายทอดวิชาการต่างๆ แด่บิดาของท่าน ซึ่งลักษณะของเหรียญเป็นทรงน้ำเต้า ด้านหน้าเป็นรูปท่านท้าวมหาพรหมธาดา ด้านหลังเป็นรูปฤาษีนาระทะ ถือพิณ ขนาบด้านซ้าย ขวา เป็นพญางูและพญาเสือ ข้างล่างองค์ฤาษีนาระทะจะเขียนคำว่า "เหรียญอัศวัตถะ" ซึ่งพิธีกรรมต่างๆ นั้นได้ปลุกเสกพรหมาภิเษกหลายวาระด้วยกัน โดยมีหลวงปู่แพ วัดพิกุลทอง สิงห์บุรีเป็นประธานเสก พระธรรมธีรราชมหามุนี วัดยานนาวานั่งปรก พระเทพปัญญาเมธี วัดไตรมิตรวิทยาราม นั่งปรก โดยมีท่านราชครูพราหมณ์ อัษฎาจารย์ ประธานพราหมณ์แห่งประเทศไทย ประกาศสังเวยเทวดา บูชานพเคราะห์ บูชาพระฤกษ์
ในปีพ.ศ.2508 ท่านอาจารย์สามเณรวิรัช ลุปต์ซ่าได้สร้างอิทธิวัตถุ คือ เหรียญ "จักรเพชร" เพื่อเผยแพร่ และเป็นตัวแทนขององค์ธรรม (องค์สมเด็จพระบรมครูท่านท้าวมหาพรหมธาดา) ซึ่งองค์สมเด็จพระบรมครูท่านท้าวมหาพรหมธาดา ได้ทรงเมตตาประทานเหรียญ "จักรเพชร" ไว้ว่า "ผู้ใดนำเหรียญ "จักรเพชร" ไปสักการะบูชา ผู้นั้นย่อมมีพระพรอันบริสุทธิ์และสูงสุดของบิดามารดาติดตัวอยู่เสมอไป ซึ่งบุคคลทั้งหลายที่นำเหรียญ "จักรเพชร" ไปสักการระบูชาก็ได้ประสบกับความสุข ความเจริญ มีอำนาจบารมีนานัปการสุดที่จะบรรยายได้
ต่อมาในปี พ.ศ.2509 ก่อนที่ท่านอาจารย์วิรัช ลุปต์ซ่า จะพ้นจากหน้าที่ทางโลก และละโลกนี้ไป องค์สมเด็จพระบรมครูท่านท้าวมหาพรหมธาดา ทรงได้มอบหมายหน้าที่ การเผยแพร่ธรรมะให้แก่ท่านอาจารย์นารโษตตมะ (อาจารย์พ่อ) เพื่อให้เป็นผู้สืบทอดทำหน้าที่ ทนุ บำรุง รักษา องค์ธรรมต่อไป ท่านอาจารย์พ่อจึงได้รวบรวมกำลังศรัทธาของบรรดาศิษย์ทุกท่านช่วยกันสร้างสถานค้นคว้าสัจธรรม โดยให้ชื่ว่า
สถานค้นคว้าสัจธรรม "ปุรุโษตตมะ" ซึ่งตั้งอยู่เลขที่ 4/1 หมู่ 12 ต.ราชาเทวะ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ
จวบปี พ.ศ. 2533 มีผู้เลื่อมใสจำนวนมาก มาฝากตัวเป็นศิษย์ขององค์ธรรม (องค์สมเด็จพระบรมครูท่านท้าวมหาพรหมธาดา) ศิษยานุศิษย์ทั้งหลาย ต่างมาขอรับเหรียญ "จักรเพชร" ไปสักการะบูชาจนไม่พอกับความต้องการ บรรดาศิษยานุศิษย์ทุกคนจึงขอร้องให้ท่านอาจารย์นารโษตตมะ (อาจารย์พ่อ) จัดสร้างอิทธิวัตถุขึ้น เพื่อเป็นการเผยแพร่องค์ธรรมและประสิทธิ์ประสาทให้ศิษยานุศิษย์และบุคคลทั่วไปนำไปสักการะบูชา ท่านจึงได้จัดสร้างเหรียญนี้ขึ้นมา โดยมีชื่อว่า เหรียญ "อัศวัตถะ"
"อัศวัตถะ" เป็นอรูปธรรมของต้นไม้ชนิดหนึ่ง ในโลกนี้จะเห็นรูปร่างของต้นไม้นี้ไม่ได้เลยยอดโคน และที่เกิดก็ไม่มี เป็นต้นไม้อมตะ ไม่รู้จักแก่และตาย ไม่เสื่อมสูญ มีรากอยู่เบื้องบน มีกิ่งอยู่เบื้องต่ำ มีใบเป็นพระเวท ผู้ใดรู้จักต้นไม้นั้น ผู้นั้นชื่อว่า เป็นผู้รู้พระเวท (ธรรมชาติ) สาขาของต้นไม้นั้นงอกด้วยคุณที่ประกอบด้วย สัตวะ รชะ ตมะ มีอารมณ์เป็นพืชผล รากได้แผ่ไปทั้งเบื้องบน และเบื้องล่าง รากซึ่งมีกรรมเป็นเครื่องผูกพัน ได้แผ่เป็นลำดับไป แม้ในมนุษย์โลกเบื้องล่างอีกด้วย...แปล...ต้น "อัศวัตถะ" นี้เปรียบเสมือนกฎเกณฑ์ของธรรมชาติ รากคือดวงอาทิตย์ที่ส่องลำแสดงลงมา โลกและดาวนพเคราะห์ทั้งหลายคือ กิ่งของต้นไม้นี้ ใบคือสิ่งมีชีวิตทั้งหลายที่งอกเงยขึ้นแผ่พืชพันูสืบเชื้อสายตามลำดับต่อเนื่องกันลงไป พืชผลคือกรรมการการะทำของสิ่งมีชีวิตซึ่งจะงอกเงยไปตามกรรมที่กระทำ
พรหมาภิเษกและปลุกเสกครั้งที่ 1อัญเชิญเหรียญ "อัศวัตถะ" ทำพิธีบวงสรวงปลุกเสก ณ สถานค้นคว้าสัจธรรม "ปุรุโษตตมะ" 1 พรรษาของปีพุทธศักราช 2534 กับทั้งพรหมาภิเษก และปลุกเสกในพิธีน้ำทิพย์ 3 ครั้ง
เทวาภิเษกและปลุกเสก ครั้งที่ 2อัญเชิญเหรียญ "อัศวัตถะ" ทำพิธีบวงสรวงปลุกเสก ณ ยอดเขาพระครูศรีราชา อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี เป็นเวลา 3 วัน 3 คืน คือวันที่ 7-8-9 พฤศจิกายน 2534
เทวาภิเษกและปลุกเสกครั้งที่ 3อัญเชิญเหรียญ "อัศวัตถะ" ทำพิธีบวงสรวงปลุกเสก ณ ทะเล ริมหาดผาแดง อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี เป็นเวลา 3 วัน 3 คืน คือ วันที่ 20-21-22 พฤศจิกายน 2534
พิธีมหาพุทธาภิเษก ครั้งที่ 4อัญเชิญเหรียญ "อัศวัตถะ" ทำพิธีมหาพุทธาภิเษก ณ สถานค้นคว้าสัจธรรม "ปุรุโษตตมะ" ต.ราชาเทวะ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ
11-12 กุมภาพันธ์ 2535 พระสงฆ์มี หลวงพ่อแพ วัดพิกุลทอง พระธรรมธีรราชมหามุนี วัดยานนาวา พระเทพปัญญาเมธี วัดไตรมิตรวิทยาราม นั่งปรก....
------------------------------------------แถมท้ายหน่อยครับ วันนี้หลังจากผมและเพื่อนๆ กลับจากธุระกับพ่อใหญ่แล้ว ก็ได้ไปส่งท่านและแวะเข้าไปที่บ้านท่าน ท่านได้มอบผ้ายันต์ให้มา ผมได้รับแบ่งมาจากรุ่นน้อง 2 ผืน ผืนหนึ่งก็คือ ของผม อีกผืนก็ของท่านศิษย์กวงครับ ไม่ต้องขอนะครับ ผมมีแค่นี้จริงๆ
ผ้ายันต์ผืนนี้มีรูปร่างสี่เหลี่ยมจัตุรัสกว้างและยาวด้านละประมาณ 14 นิ้วครับ (14x14)วางรูปแบบเป็นสี่เหลี่ยมข้าวหลามตัดครับ

- yan01.jpg (53.45 KiB) เปิดดู 13408 ครั้ง
------------------------------------------ข้างล่างนี้คือ เหรียญอัศวัตถะที่ผมนำมาจากเว็บที่ประกาศขายต่าง มาให้ชมกันครับ รูปที่นำมานี้มีความคมชัดมากกว่าภาพเหรียญที่ผมถ่ายรูปเองครับ เลยนำมาให้ชมกันชัดๆ ครับ

- co03.jpg (49.42 KiB) เปิดดู 13401 ครั้ง

- co04.jpg (49.16 KiB) เปิดดู 13390 ครั้ง