นวรัตน์ดอทคอม

รวบรวมสาระความรู้เกี่ยวกับวัตถุมงคล-เครื่องรางของขลัง

  • Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size
วันเวลาปัจจุบัน พฤหัสฯ. 03 เม.ย. 2025 9:15 pm

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




โพสต์กระทู้ใหม่ กลับไปยังกระทู้  [ 18 โพสต์ ] 
เจ้าของ ข้อความ
โพสต์โพสต์แล้ว: ศุกร์ 02 ก.ค. 2010 8:59 pm 
ออฟไลน์
ภาพประจำตัวสมาชิก

ลงทะเบียนเมื่อ: อาทิตย์ 14 ก.ย. 2008 6:00 am
โพสต์: 6586
ปี ๒๕๕๓ เหลืออีก "ครึ่งเดียว" เท่านั้นนะครับก็จะเข้าสู่ปี พ.ศ.๒๕๕๔ อันเป็นปีที่ "ประเทศไทย" นับแต่กรุงสุโขทัย กรุงศรีอยุธยา กรุงธนบุรี ตราบถึงกรุงรัตนโกสินทร์ จะมีสิ่ง "ประเสริฐสูงสุด" บังเกิดขึ้น อันไม่เคยปรากฏมาก่อนนับแต่มี "สยามประเทศ" อุบัติขึ้นในโลกใบนี้

นั่นคือ "พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว" ผู้ทรงครองแผ่นดินในรัชกาลปัจจุบัน ทรงเจริญพระชนมพรรษาครบ ๗ รอบ คือ ๘๔ พระพรรษา นับเป็น "พระเจ้าแผ่นดินแห่งสยามประเทศ" พระองค์เดียวและพระองค์แรกที่ทั้งทรงครองราชย์ และทั้งทรงมีพระชนมายุยั่งยืนนานที่สุด

ชีวิตที่ดี คือชีวิตที่ คิดแต่สิ่งดี ทำแต่สิ่งดี และพูดแต่สิ่งดี ในโลกนี้ แคบเข้ามา ในเมืองไทยเรานี้มีร้อยสิ่ง-พันอย่างคละเคล้ารวมกันอยู่ ฉะนั้น ไหนจะดีสำหรับชีวิตเรา และไหนจะอับเศร้าหมองศรีสำหรับชีวิตเรา อยู่ที่ตัวเราจะ "เลือก" ไม่จำเป็นต้อง "เลือกรู้" แต่จำเป็นต้อง "เลือกรับ" ในสิ่งที่มีให้เรา "รู้" !

อันนี้ก็ฝากให้คิดด้วย "สติ" ใคร่ครวญนะครับ เพราะสังคมบ้านเมืองเราเข้าสู่ช่วง "เปลี่ยนผ่าน" ตามวงรอบของมันแล้ว เป็นเรื่องที่น่ายินดี เพราะมันคือสัญญาณแห่งชีวิตชาติที่จะดำรงอยู่ต่อไป เนื่องจากมีแต่สิ่ง "ตายแล้ว" เท่านั้นที่จะหยุดการ "เปลี่ยนผ่าน" การเปลี่ยนแปลงตามกระบวนการธรรมชาติทั้งปวง

๒-๓ สัปดาห์ก่อน ผมมีวาสนาได้พบ "สัตบุรุษ" ท่านหนึ่งคือ "คุณประเสริฐ กิติเรียงลาภ" เรานั่งกันที่ขั้นบันไดศาลาปฏิบัติธรรมใน "ป่านิมิตในเมือง" เงียบสงบร่มรื่นด้วยแมกไม้และพืชสมุนไพร ในเนื้อที่หลายสิบหรือเป็นร้อยไร่ประมาณนั้น ที่ผมว่า "ป่านิมิต" คือท่านซื้อที่ดินริมถนนในเมืองแล้วกางพระวินัยบัญญัติเป็นพิมพ์เขียว "ปลูกไม้เล็ก-ไม้ใหญ่" ตลอดถึงสมุนไพรสำหรับพระ รวมทั้งไม้ไม่ได้ตั้งใจ เพราะมันขึ้นเองตามธรรมชาติป่า จนกลายเป็นป่าพนาไพรใหญ่-กว้าง และปลูกกุฏิตามแมกไม้เป็นสถานวิเวกไว้แห่งละห่างไกลกัน ทำที่เดินจงกรม ทั้งรูปแบบ และขนาดทุกอย่าง "เป๊ะ" ตามวินัยบัญญัติ สำหรับพระสายวิปัสสนาธุระได้มาปฏิบัติธรรม !

ผมว่า "วัดป่า" บางแห่งยังไม่เป็น "ป่า" เท่าป่านิมิตในเมืองของคุณประเสริฐ ขนาดที่ซัก-ย้อมสบงจีวรพระ ท่านยังใช้น้ำขี้เถ้า ทำเตาฟืนต้มเปลือกไม้ใช้ย้อมจีวร เรียกว่าสมัยพุทธกาลเป็นเช่นไร ที่นี่ก็เป็นเช่นนั้น

"หลวงพ่อประสิทธิ์ ปุญญมากโร” อริยสงฆ์พระองค์นั้น ลงมาจากแม่แตง เชียงใหม่ครั้งไร ท่านก็เมตตารับนิมนต์นำหมู่สงฆ์ศิษย์มาบำเพ็ญภาวนาในป่าเงียบสงัดที่นี่เสมอ คุณประเสริฐเปรยกับผมตอนหนึ่งว่า

"ชาวบ้านชอบมาทำบุญเพื่อเอาบุญ แต่ไม่ชอบเอาธรรมที่พระท่านสอนซักเท่าไหร่" !?


ฟังปุ๊บ ผมก็แวบถึงวัดจัดสรรบุญขายแห่งหนึ่งที่กำลังใช้ธรรมของพระพุทธองค์เป็นยี่ห้อรับรองคุณภาพสินค้า เจตนาคล้ายซ่อนเร้นหวังสร้าง อาณาจักร "จำแลงพุทธ" บุญซื้อได้ ใครอยากได้บุญมาก อยากขึ้นสวรรค์ชั้นสูง ๆ ไม่ยาก...ทำบุญกับจานบินมาก ๆ เลือกเอา...พอใจสวรรค์ชั้นไหน ก็จะได้ตามจำนวนเงินที่จ่าย ใครฟังวิทยุ โทรทัศน์ เคเบิล จะได้ยินกรอกหู-กรอกตาตามลีลานี้ ! ตอนนี้กำลังโหมขยายตลาด "ลัทธิจานบิน" ผ่านสื่อทั้งวิทยุ-โทรทัศน์-อินเทอร์เน็ต-ดาวเทียม เคเบิลทีวี รุกตลาดบุญขยายเครือข่ายทั้งในและนอกประเทศ ใช้การตลาดสไตล์แฟรนไชส์ ถ้าวัดไหนยอมเข้าอยู่ในเครือข่ายก็จะจ่ายเงินบำรุงเป็นรายเดือนให้บ้าง

ใช้สไตล์ "แม้วโมเดล" ที่เทกโอเวอร์พรรคเล็ก-พรรคน้อยมารวมเป็นพรรคใหญ่พรรคเดียว แล้วได้ "ประชาธิปไตยเบ็ดเสร็จ" ทั้งอำนาจบริหาร-อำนาจรัฐสภาไว้ในกำมือแต่ผู้เดียวบ้าง คนไทยเป็นคนพุทธตอนนี้กำลังมีทุกข์ถมใจ พวกจานบินโล้นเขาเก่ง เขามองทะลุความต้องการลูกค้าว่า "ในความว้าวุ่นนั้น ต้องการบุญบำบัด" ก็เลย "ปั๊มบุญ" เป็นพุทธโอสถขายในรูปแบบสินค้าบุญหลากหลาย กระทั่งเกณฑ์คนมาสร้างดีมานด์ - ซัพพลาย โกนหัวห่มผ้าสี "ถ่ายโฆษณา" กันทีละเป็นแสน ๆ

คนที่คิดว่า "บุญซื้อเอาได้" ไม่จำเป็นต้องปฏิบัติธรรมเป็นบารมีบุญ ใจทุกข์ที่กระหายทางคลายคือใจที่อยู่ในนรกอยู่แล้ว ก็ต้องมาหมกไหม้เพราะ "ถูกหลอก" จมในอบายบาปว่าบุญอีกต่อ เฮ้อ....ไม่รู้ว่าเวรกรรมเขา หรือเวรกรรมใครกันแน่ ยุคนี้ !?

รู้จักและได้สนทนาแรกพบกันหลายต่อหลายเรื่อง ก็คุยกันถึงเรื่องต้นไม้ คุณประเสริฐเอ่ยขึ้นว่า "มีคนถามถึงวิธีเอาต้นโน้นมาต่อติดกับต้นนี้ เอาต้นนี้ไปรวมเป็นต้นเดียวกับต้นโน้นว่าทำยังไง ผมก็บอกกับเขาไปว่า ไม่ยากหรอก ให้ยึดหลักว่า ทุกสิ่งมีชีวิต ล้วนต้องการที่จะมีชีวิตอยู่ด้วยกันทั้งนั้น กระทั่งใบไม้ใบเดียว เขาก็ต้องการมีชีวิตอยู่ เมื่อต้องการ ก็สามารถทำให้อยู่ได้"

ผมนิ่ง...เพราะการเอ่ยแม้คำเดียวในห้วงนี้ ก็ถือว่ามากเกิน

"อย่างใบไม้ใบเดียว ผมเคยเก็บมาปักไว้เฉย ๆ ก็เป็น...ไม่ตาย เจริญเติบโตเป็นชีวิตใหม่ได้ ผมจึงค่อยเข้าใจว่า ทุกสิ่งล้วนต้องการมีชีวิตอยู่ และก็มีชีวิตอยู่ได้ด้วยกันทั้งนั้น ถ้ารู้จักสร้างสมดุล" คุณประเสริฐขยาย ขณะที่ผมตั้งใจฟัง ผมดื่ม "ปราณปานะ" พืชสมุนไพรจากป่านิมิตที่คุณประเสริฐคิดสูตรหมักและกลั่นเองสมกับที่มีเภสัชไว้ข้างกายเป็นอึกสุดท้ายก่อนร่ำลากัน รู้สึกอุ่นที่จุดตั้งชัง กระชุ่มกระชวยเหมือนจิ้งหรีดได้น้ำค้างทันที และก็ไม่เกรงใจที่จะรับพืช "พันธุ์สมดุล" กระถางย่อม ๆ กระถางหนึ่งที่ผลิใบเขียวต่างพันธุ์เป็นชีวิตใหม่ตามปรัชญา "สรรพสิ่ง ถ้าต้องการอยู่ ย่อมอยู่ได้ ถ้าสร้างสมดุลให้สมดุล" ที่คุณประเสริฐมอบให้ในแรกแห่งมิตรภาพ

เอาละ...บางท่านอาจสงสัยที่ผมเอ่ยคำว่า "สัตบุรุษ" นั้นหมายถึงอะไร เอาอย่างนี้ ผมจะคัดลอกตามที่เขาคัดลอกกันมาจากพระไตรปิฎกอันเป็น "พระพุทธดำรัส" คือคำที่พระพุทธเจ้าตรัสจากพระโอษฐ์โดยตรง ดังนี้

“ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ก็อสัตบุรุษคืออย่างไร บุคคลบางคนในโลกนี้เป็นผู้มีความเห็นผิด มีความดำริผิด มีวาจาผิด มีการงานผิด มีการเลี้ยงชีพผิด มีความพยายามผิด มีการตั้งสติผิด มีการทำสมาธิผิด บุคคลเหล่านี้เรียกว่า อสัตบุรุษ”

“ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ก็อสัตบุรุษผู้ยิ่งกว่าอสัตบุรุษเป็นอย่างไร บุคคลบางคนในโลกนี้เป็นผู้มีความเห็นผิด มีความดำริผิด มีวาจาผิด มีการงานผิด มีการเลี้ยงชีพผิด มีความพยายามผิด มีการตั้งสติผิด มีการทำสมาธิผิด และมีความหมายหลุดพ้นผิดอีกด้วย บุคคลเหล่านี้เรียกว่า อสัตบุรุษยิ่งกว่าอสัตบุรุษ”


นั่นคือ สิ่งที่ตรงข้ามกับ "อสัตบุรุษ" คือ สัตบุรุษมีความเห็นที่ถูก มีความดำริที่ถูก มีวาจาที่ถูก มีการงานที่ถูก มีการเลี้ยงชีพที่ถูก มีความพยายามที่ถูก มีการตั้งสติที่ถูก บุคคลเหล่านั้นเรียกว่า "สัตบุรุษ" ไม่เพียงคุณประเสริฐที่ผมยกย่องเป็นสัตบุรุษ ทุกคน-ใครก็ได้ ที่มีคุณสมบัติในการดำรงความเป็นมนุษย์เช่นนั้น นับเป็น "สัตบุรุษ" โดยธรรม ไม่ต้องรอให้ใครแต่งตั้งให้หรอก !

------------------------------------------------------------------------

ไทยโพสต์ เปลว สีเงิน ๒ กรกฎาคม ๒๕๕๓ (ตัดตอนมาบางส่วน)

_________________
ถ้าเราไม่อยากได้อะไรจากใคร ก็จะไม่มีอะไรให้หมางใจกัน


ข้างบน
 ข้อมูลส่วนตัว  
 
โพสต์โพสต์แล้ว: ศุกร์ 02 ก.ค. 2010 9:53 pm 
ออฟไลน์
ภาพประจำตัวสมาชิก

ลงทะเบียนเมื่อ: เสาร์ 27 มี.ค. 2010 1:50 pm
โพสต์: 598
ครับคนส่วนมากในยุคนี้นับถือศาสนาแบบศรัทธาจริตทำบุญแบบศรัทธาจริตรู้จักศาสนาแต่เพียงเปือกไม่สนใจศึกษาแก่นแท้ของศาสนาการทำบุญไม่ต้องทำ
ด้วยเงินมากมายแต่ต้องทำจากจิตที่เป็นกุศลมี ศรัทธาเป็นที่ตั้งเอาสตางค์เป็นที่สอง การทำบุญต้องมีปัญญาประกอบด้วย
ขอขอบคุณท่านอาจารย์รณธรรม กับบทความที่เป็นข้อคิดดีครับผม :grt:


ข้างบน
 ข้อมูลส่วนตัว  
 
โพสต์โพสต์แล้ว: ศุกร์ 02 ก.ค. 2010 10:04 pm 
ออฟไลน์
ภาพประจำตัวสมาชิก

ลงทะเบียนเมื่อ: อาทิตย์ 14 ก.ย. 2008 6:00 am
โพสต์: 6586
ยินดีรับใช้ครับผม :P

_________________
ถ้าเราไม่อยากได้อะไรจากใคร ก็จะไม่มีอะไรให้หมางใจกัน


ข้างบน
 ข้อมูลส่วนตัว  
 
โพสต์โพสต์แล้ว: ศุกร์ 02 ก.ค. 2010 10:15 pm 
ออฟไลน์
ภาพประจำตัวสมาชิก

ลงทะเบียนเมื่อ: เสาร์ 27 มี.ค. 2010 1:50 pm
โพสต์: 598
ท่านอาจารย์รณธรรมที่เคารพครับเมื่อวันที่ ๒๓ มิ.ย.ที่ผ่านมามีลูกศิษย์ของท่านพ่อครูบากฤษณะนำเม็ดแก้วใสๆมีหลายสีมาให้ดูท่านบอกว่าคุดเจอที่หลังบ้านที่ อ.เมือง จังหวัดชัยภูมิ มีเยอะมากผมดูแล้วว่าเก่าสมัยทวาราวดีมีลักษณะคล้ายพระธาตุวันหลังจะนำไปให้ท่านอาจารย์รณธรรมช่วยพิจารณาครับแต่
ท่านพ่อครูบาท่านใ้ห้ผมนำไปบรรจุที่พระธาตุที่จังหวัดลำปางเพราะทางวัดกำลังบูรณะองค์พระธาตุอยู่ครับ :rbb:ผมได้มาส่วนหนึ่งครับผม


ข้างบน
 ข้อมูลส่วนตัว  
 
โพสต์โพสต์แล้ว: ศุกร์ 02 ก.ค. 2010 11:15 pm 
ออฟไลน์
ภาพประจำตัวสมาชิก

ลงทะเบียนเมื่อ: อาทิตย์ 14 ก.ย. 2008 6:00 am
โพสต์: 6586
อนุโมทนาด้วยครับ ที่จริงของแปลกและศักดิ์สิทธิ์ยังมีอีกมากในประเทศไทยอันเป็นแผ่นดินธรรมแผ่นดินทอง ยังเหลือแต่จะรอผู้มีบุญบารมีไปพบเจอ หรือผุดขึ้นเองตามคราวอันควรเพื่อสงเคราะห์ผู้คนและคุ้มภัยแผ่นดินครับ

_________________
ถ้าเราไม่อยากได้อะไรจากใคร ก็จะไม่มีอะไรให้หมางใจกัน


ข้างบน
 ข้อมูลส่วนตัว  
 
โพสต์โพสต์แล้ว: เสาร์ 03 ก.ค. 2010 12:19 am 
ออฟไลน์
ภาพประจำตัวสมาชิก

ลงทะเบียนเมื่อ: จันทร์ 22 มิ.ย. 2009 10:19 am
โพสต์: 536
ขอบพระคุณพี่ต่อครับสำหรับเรื่องราวดีๆ



ท่านพี่ค้าบมีที่พิมพ์ผิดอยู่ที่นึงนะฮะแก้ด้วย อิอิ

_________________
085-8433717
https://www.facebook.com/BuMEvE


ข้างบน
 ข้อมูลส่วนตัว  
 
โพสต์โพสต์แล้ว: เสาร์ 03 ก.ค. 2010 12:21 am 
ออฟไลน์
ภาพประจำตัวสมาชิก

ลงทะเบียนเมื่อ: อาทิตย์ 14 ก.ย. 2008 11:16 pm
โพสต์: 1786
ขอบคุณครับ อ่านแล้วได้ข้อคิดที่ดีๆ :P


ข้างบน
 ข้อมูลส่วนตัว  
 
โพสต์โพสต์แล้ว: เสาร์ 03 ก.ค. 2010 12:28 am 
ออฟไลน์
ภาพประจำตัวสมาชิก

ลงทะเบียนเมื่อ: อาทิตย์ 14 ก.ย. 2008 6:00 am
โพสต์: 6586
fengptn เขียน:
ขอบพระคุณพี่ต่อครับสำหรับเรื่องราวดีๆ



ท่านพี่ค้าบมีที่พิมพ์ผิดอยู่ที่นึงนะฮะแก้ด้วย อิอิ


ขอโทษด้วยครับ ว่าแต่ตรงไหนอ่ะ พี่ไม่ได้พิมพ์หรอก เพื่อนส่งมาให้ครับ พี่ต่อก็เอาลงไปทั้งอันเลย ตรวจทานคร่าว ๆ ไม่ได้จ้องนาน ปวดตาครับ ใช้ตาส่องพระสมเด็จวัดระฆัง 20 กว่าองค์ก็ล้าแล้ว ไหนจะหลวงปู่เผือกงบน้ำอ้อย 10 กว่าองค์ เหรียญขี่สิงห์ทองคำ เงิน ทองแดง อีกหลายสิบเหรียญ

คือจะตรวจดูว่าเก็บมานานขึ้นสนิมเขียวบ้างหรือเปล่า ทำนองนั้น อิอิ :mrgreen:

_________________
ถ้าเราไม่อยากได้อะไรจากใคร ก็จะไม่มีอะไรให้หมางใจกัน


ข้างบน
 ข้อมูลส่วนตัว  
 
โพสต์โพสต์แล้ว: เสาร์ 03 ก.ค. 2010 12:38 am 
ออฟไลน์
ภาพประจำตัวสมาชิก

ลงทะเบียนเมื่อ: อาทิตย์ 14 ก.ย. 2008 11:16 pm
โพสต์: 1786
รณธรรม ธาราพันธุ์ เขียน:
fengptn เขียน:
ขอบพระคุณพี่ต่อครับสำหรับเรื่องราวดีๆ



ท่านพี่ค้าบมีที่พิมพ์ผิดอยู่ที่นึงนะฮะแก้ด้วย อิอิ


ขอโทษด้วยครับ ว่าแต่ตรงไหนอ่ะ พี่ไม่ได้พิมพ์หรอก เพื่อนส่งมาให้ครับ พี่ต่อก็เอาลงไปทั้งอันเลย ตรวจทานคร่าว ๆ ไม่ได้จ้องนาน ปวดตาครับ ใช้ตาส่องพระสมเด็จวัดระฆัง 20 กว่าองค์ก็ล้าแล้ว ไหนจะหลวงปู่เผือกงบน้ำอ้อย 10 กว่าองค์ เหรียญขี่สิงห์ทองคำ เงิน ทองแดง อีกหลายสิบเหรียญ

คือจะตรวจดูว่าเก็บมานานขึ้นสนิมเขียวบ้างหรือเปล่า ทำนองนั้น อิอิ :mrgreen:


ไปปล้นหลวงพ่อมาเหรอ :mrgreen: :mrgreen:


ข้างบน
 ข้อมูลส่วนตัว  
 
โพสต์โพสต์แล้ว: เสาร์ 03 ก.ค. 2010 12:41 am 
ออฟไลน์
ภาพประจำตัวสมาชิก

ลงทะเบียนเมื่อ: อาทิตย์ 14 ก.ย. 2008 6:00 am
โพสต์: 6586
หมิ่นกันเกินไปแล้วครับ :evil:


คนอย่างผมไม่เคยปล้นใคร :x


กรุณาพูดให้ดี ๆ :ydie:






เพราะตอนผมหยิบ ท่านไปเข้าห้องน้ำแค่นั้นเอง... :mrgreen:

_________________
ถ้าเราไม่อยากได้อะไรจากใคร ก็จะไม่มีอะไรให้หมางใจกัน


ข้างบน
 ข้อมูลส่วนตัว  
 
โพสต์โพสต์แล้ว: เสาร์ 03 ก.ค. 2010 12:43 am 
ออฟไลน์
ภาพประจำตัวสมาชิก

ลงทะเบียนเมื่อ: จันทร์ 22 มิ.ย. 2009 10:19 am
โพสต์: 536
รณธรรม ธาราพันธุ์ เขียน:
ขอโทษด้วยครับ ว่าแต่ตรงไหนอ่ะ พี่ไม่ได้พิมพ์หรอก เพื่อนส่งมาให้ครับ พี่ต่อก็เอาลงไปทั้งอันเลย ตรวจทานคร่าว ๆ ไม่ได้จ้องนาน ปวดตาครับ ใช้ตาส่องพระสมเด็จวัดระฆัง 20 กว่าองค์ก็ล้าแล้ว ไหนจะหลวงปู่เผือกงบน้ำอ้อย 10 กว่าองค์ เหรียญขี่สิงห์ทองคำ เงิน ทองแดง อีกหลายสิบเหรียญ

คือจะตรวจดูว่าเก็บมานานขึ้นสนิมเขียวบ้างหรือเปล่า ทำนองนั้น อิอิ :mrgreen:


พี่ฮะพูดแบบนี้เดี๋ยวไปปล้นเลย มายั่วด้วยพระของหลวงพ่อสมภพ สมเด็จไม่สน 55555


"คุณประสิทธิ์เปรยกับผมตอนหนึ่งว่า" ตรงนี้อ่ะครับ น่าจะเป็นคุณประเสริฐมากกว่านะครับ ไม่รู้ผิดถูกประการใด

ที่เจอเพราะตั้งใจอ่านบทความดีๆจากพี่ต่อนะเนี่ย ต้องมอบ
หลวงปู่เผือกงบน้ำอ้อย 10 กว่าองค์ เหรียญขี่สิงห์ทองคำ เงิน ทองแดง อีกหลายสิบเหรียญ ให้ผมครึ่งนึงแล้วหละ

_________________
085-8433717
https://www.facebook.com/BuMEvE


ข้างบน
 ข้อมูลส่วนตัว  
 
โพสต์โพสต์แล้ว: เสาร์ 03 ก.ค. 2010 12:48 am 
ออฟไลน์
ภาพประจำตัวสมาชิก

ลงทะเบียนเมื่อ: อาทิตย์ 14 ก.ย. 2008 6:00 am
โพสต์: 6586
โอ้ จริงด้วย ขอบคุณมากครับ แก้ไขเรียบร้อยแล้ว

จะเอาขี่สิงห์ทุกเนื้อเลยเรอะ

จัดไป


แต่รอแป๊บนะ ขอเวลาหาบล็อกก่อน ฮี่ ฮี่ :twisted:

_________________
ถ้าเราไม่อยากได้อะไรจากใคร ก็จะไม่มีอะไรให้หมางใจกัน


ข้างบน
 ข้อมูลส่วนตัว  
 
โพสต์โพสต์แล้ว: เสาร์ 03 ก.ค. 2010 12:54 am 
ออฟไลน์
ภาพประจำตัวสมาชิก

ลงทะเบียนเมื่อ: จันทร์ 22 มิ.ย. 2009 10:19 am
โพสต์: 536
:wet: :wet: :wet: :wet: :wet:

_________________
085-8433717
https://www.facebook.com/BuMEvE


ข้างบน
 ข้อมูลส่วนตัว  
 
โพสต์โพสต์แล้ว: เสาร์ 03 ก.ค. 2010 6:26 am 
ออฟไลน์
ภาพประจำตัวสมาชิก

ลงทะเบียนเมื่อ: เสาร์ 27 มี.ค. 2010 1:50 pm
โพสต์: 598
ตกลงวัตถุมงคลของหลวงพ่อสมภพนะครับ ท่านอาจารย์รณ กับท่านพี่ศิษย์กวงใครมีมากกว่ากันครับ ผมจะได้ไปปล้นถูกคน :lol: :lol: :lol:


ข้างบน
 ข้อมูลส่วนตัว  
 
โพสต์โพสต์แล้ว: เสาร์ 03 ก.ค. 2010 9:52 am 
ออฟไลน์

ลงทะเบียนเมื่อ: อังคาร 16 มี.ค. 2010 4:20 pm
โพสต์: 31
กาลเวลาไม่เลยที่จะรอใครเลยสักคน แต่คนทุกคนสามารถเก็บกาลเวลาได้ในความทรงจำ
แต่ใครจะจำในเรื่องร้ายหรือว่าดี เลือกให้ถูกนะครับ ทุกคนมีคำตอบในตัวเอง
เพราะความทรงจำนั้นมันขึ้นอยู่กับเรานั่นแหละนั่นก็แสดงว่าเราเลือกที่จะหยุดเวลาดีๆ ได้
โดยกระทำความดีอยู่สมำเสมอและถาวร
แล้วช่วงเวลาดีๆมันจะอยู่กับเราเอง ขอบคุณมากนะครับ (ขออนุญาตเรียกพี่ต่อนะครับ)
สำหรับบทความดี ๆ
:pry:


ข้างบน
 ข้อมูลส่วนตัว  
 
โพสต์โพสต์แล้ว: เสาร์ 03 ก.ค. 2010 1:20 pm 
ออฟไลน์
ภาพประจำตัวสมาชิก

ลงทะเบียนเมื่อ: อาทิตย์ 14 ก.ย. 2008 5:09 pm
โพสต์: 1368
ขอบพระคุณสำหรับบทความดีๆ ครับ


ข้างบน
 ข้อมูลส่วนตัว  
 
โพสต์โพสต์แล้ว: เสาร์ 03 ก.ค. 2010 2:57 pm 
ออฟไลน์
ภาพประจำตัวสมาชิก

ลงทะเบียนเมื่อ: ศุกร์ 12 มี.ค. 2010 9:06 am
โพสต์: 122
ขอบคุณสำหรับบทความดีๆครับ :P

_________________
แกคิดถึงข้า ข้าก็คิดถึงแก
แกไม่คิดถึงข้า ข้าก็คิดถึงแก
ข้าอยู่ใกล้ๆ แก จำไว้
"หลวงปู่ดู่ พรหมปัญโญ"


ข้างบน
 ข้อมูลส่วนตัว  
 
โพสต์โพสต์แล้ว: เสาร์ 03 ก.ค. 2010 9:35 pm 
ออฟไลน์
ภาพประจำตัวสมาชิก

ลงทะเบียนเมื่อ: อาทิตย์ 14 ก.ย. 2008 6:00 am
โพสต์: 6586
visun35 เขียน:
กาลเวลาไม่เลยที่จะรอใครเลยสักคน แต่คนทุกคนสามารถเก็บกาลเวลาได้ในความทรงจำ
แต่ใครจะจำในเรื่องร้ายหรือว่าดี เลือกให้ถูกนะครับ ทุกคนมีคำตอบในตัวเอง
เพราะความทรงจำนั้นมันขึ้นอยู่กับเรานั่นแหละนั่นก็แสดงว่าเราเลือกที่จะหยุดเวลาดีๆ ได้
โดยกระทำความดีอยู่สมำเสมอและถาวร
แล้วช่วงเวลาดีๆมันจะอยู่กับเราเอง ขอบคุณมากนะครับ (ขออนุญาตเรียกพี่ต่อนะครับ)
สำหรับบทความดี ๆ
:pry:


ได้ครับ ด้วยความยินดีและขอบคุณที่ติดตามกันครับผม :D

_________________
ถ้าเราไม่อยากได้อะไรจากใคร ก็จะไม่มีอะไรให้หมางใจกัน


ข้างบน
 ข้อมูลส่วนตัว  
 
แสดงโพสจาก:  เรียงตาม  
โพสต์กระทู้ใหม่ กลับไปยังกระทู้  [ 18 โพสต์ ] 

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิกใหม่ และ บุคคลทั่วไป 9 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ไปที่:  
ขับเคลื่อนโดย phpBB® Forum Software © phpBB Group
Thai language by phpBBThailand.com
phpBB SEO