รวมบทความที่น่าสนใจต่าง ๆ จากนักเขียนชื่อดัง และ ผู้ที่ทรงภูมิความรู้มากมาย
อาทิตย์ 01 ก.พ. 2009 11:56 am
จันทร์ 02 ก.พ. 2009 2:23 am
ขอบคุณมากครับคุณUltraChai ตัวจริงเสียงจริงเลยนะครับ ขอบคุณอีกครั้งครับ
จันทร์ 02 ก.พ. 2009 2:55 am
ขอบคุณด้วยคนก๊าบบบ
อังคาร 03 ก.พ. 2009 4:58 pm
สร้างบ้านด้วยเงิน 100 บาท
ครั้งสร้างบ้านหลังใหม่ในที่ดินที่เช่าจากวัดกำแพงนั้น ท่านอาจารย์สูมีเงินติดบ้านเพียง 100 บาท แต่ที่คิดจะปลูกบ้านให้ลูกเมียอยู่ ก็เพราะได้รับการดูถูกจากชาวบ้านว่า ดีแต่ช่วยเหลือผู้อื่น ไม่รู้จักช่วยเหลือครอบครัวตัวเอง
เมื่อท่านตกลงใจจะปลูกก็ลงมือสร้างทันที โดยจ้างลูกสาวคนโตกับเด็กมาขุดหลุมเพื่อลงเสาคนละ 15 บาท ลูกสาวถึงแก่ถอนใจและปรารภว่า
“เตี่ยอย่าล้อเล่นน่า มีเงินร้อยเดียวจะปลูกบ้านได้อย่างไร”
ทั้งนี้เพราะมองไม่เห็นทางที่อาจารย์สูจะเอาเงินที่ไหนมาสร้างบ้านกับเขา แต่แล้วลูกสาวของท่านก็ต้องอัศจรรย์ใจ เพราะปรากฏว่าในไม่ช้า ได้มีคนขนอิฐ ขนปูน ขนทราย และคนงานมาช่วยปลูกบ้านเป็นการใหญ่ จนสำเร็จอย่างรวดเร็ว
อังคาร 03 ก.พ. 2009 5:03 pm
รักษาเนื้องอก และถ่ายทอดวิชาให้ ทมยันตี
“ทมยันตี” ได้เล่าถึงเรื่องของเธอที่อาจารย์สูเคยช่วยเหลือว่า วันหนึ่งติ๊ก ลูกสาวคนเล็กของท่าน นั่งสมาธิตรวจอาการปวดศีรษะของเธอซึ่งเป็นมานาน แล้วก็หันไปพูดกับท่านด้วยภาษาจีนอยู่นาน พอจับใจความได้ว่าเธอกำลังเป็นเนื้องอกในสมอง
ครั้นท่านอาจารย์สูทราบจากลูกสาวแล้วก็เรียก “ทมยันตี” ให้ออกไปกลางแจ้งกับท่านเพียง 2 คน สั่งให้เธอนั่งคุกเข่า ตัวท่านอาจารย์เองยืนเพ่งดวงอาทิตย์จนนัยน์ตาแดงดังนกกรด แล้วก้มลงใช้สายตาของท่านเพ่งที่หน้าผากของเธอครู่ใหญ่ เสร็จแล้วบอกว่าท่านช่วยได้แต่เพียงแค่นี้ คือหมายถึง เนื้องอกที่กำลังจะเป็นในสมองไม่มีโอกาสจะงอกอีก หากทว่าโรคปวดศีรษะยังคงมีต่อไป แต่ไม่มากเหมือนก่อน
“ทุกวันนี้อี๊ดปวดหัวเกือบทุกวัน แต่ไม่ค่อยรุนแรง พอทนได้” เธอบอก
ท่านอาจารย์สูได้ให้ความรักและความเมตตาแก่ “ทมยันตี” เหมือนลูกในไส้ ขนาดจะถ่ายทอดวิชาให้แก่เธอ แต่มีข้อแม้ว่า ถึงจะมีใครมาปลุกในเวลาตี 1 ตี 2 เพื่อขอความช่วยเหลือ ก็จะต้องตื่นไปช่วยเหลือเขา
“อี๊ดตื่นไม่ไหวจ๊ะ เลยไม่ขอรับวิชานั้น แต่ท่านก็ให้วิชาแก่อี๊ดมาพอสมควร”
ด้วยความเคารพรักอย่างสุดใจที่ “ทมยันตี” มีต่อ “อาเตีย” ของเธอนั้น ทำให้เธอทนดูสภาวการณ์บางอย่างไม่ไหว
เพราะผู้ที่ไปพึ่งท่านอาจารย์สูนั้น ไม่เคยคิดเลยว่าท่านต้องการจะพักผ่อนบ้าง โดยเฉพาะต้องรับประทานอาหารเช่นเดียวกับมนุษย์ทั้งหลาย ฉะนั้นท่านอาจารย์จึงต้องรับแขกตั้งแต่เช้าจนถึงบ่าย โดยไม่มีข้าวตกถึงท้องสักเม็ด ในขณะที่แขกหมุนเวียนเปลี่ยนกันไปออกหาอาหารรับประทานกันตลอดเวลา
เมื่อ “ทมยันตี” เห็นเหตุการณ์เกิดขึ้นเช่นนี้อยู่เนืองๆ วันหนึ่งเธอก็หมดความอดทน จึงเดินขึ้นบันไดปังๆ ไปหา “อาเตีย” ของเธอ และบอกสำเนียงที่เฉียบขาดว่า
“อาเตีย ไปทานข้าว ตั้งแต่เช้าจนถึงบ่าย อาเตียไม่ได้หยุดเลย แต่พวกคุณๆ ผลัดกันลงไปทานกันทุกคน ฉะนั้นขอหยุดให้อาเตียได้พักผ่อนบ้าง”
แขกทุกคนที่นั่งอยู่ถึงแก่ตะลึง ส่วน “อาเตีย” ก็ยอมลุกเดินตาม “ทมยันตี” ไปรับประทานข้าวแต่โดยดี
อังคาร 03 ก.พ. 2009 5:04 pm
เยี่ยมเลยครับ ทมยันตีนี่นักเขียนดังเลยครับ
อังคาร 03 ก.พ. 2009 5:15 pm
กระดาษชิ้นน้อยใต้เสื่อ
และแล้ววันหนึ่งหัวใจของ “ทมยันตี” นักเขียนสตรีนามอุโฆษ ก็แทบจะแตกสลาย เมื่อทราบว่า “อาเตีย” ที่เคารพรักประดุจบิดาบังเกิดเกล้าของเธอ ถึงแก่กรรมด้วยการนั่งสมาธิแล้วถอดจิตออกจากสังขาร เช่นเดียวกับท่ามรณภาพของพระอาจารย์ของท่าน ในคืนวันที่ 17 เมษายน 2522 เวลาประมาณ 20.45 น.
โดยมีคำกลอนที่เขียนบนกระดาษชิ้นน้อยติดไว้ใต้เสื่อที่ท่านนั่งเพียง 4 ประโยคว่า
ละครปิดฉาก
ลงเรือข้ามฟาก
ที่นี่เรียบเรียบ
ฝากให้รู้ข่าว
สู พรหมเชยธีระ
อังคาร 03 ก.พ. 2009 5:21 pm
รณธรรม ธาราพันธุ์ เขียน:ขอบคุณมากครับคุณUltraChai ตัวจริงเสียงจริงเลยนะครับ ขอบคุณอีกครั้งครับ

ขอบคุณครับพี่ต่อสำหรับคำชมที่มอบให้
มีกำลังใจอีกโข ที่จะไปตามหางานดีๆ (ของคนอื่น) มานำเสนอให้ชาว N. ได้ติดตามกันต่อไป
ปล. หากท่านพี่จะรับศิษย์เป็นนักเขียนรุ่นต่อไป ขอความกรุณาอย่าลืมผมนะขอรับ
จะรีบนำดอกไม้ ธูปเทียน และหมากพลู ไปถวายตัวถึงอาศรม ที่ชลบุรีเลยครับ
อังคาร 03 ก.พ. 2009 6:40 pm
ไม่ทราบเซียนสูมีวัตถุมงคลรึเปล่าครับ
เอ่อแล้วพี่Ultrachaiมีแจกรึเปล่าครับ
พฤหัสฯ. 05 ก.พ. 2009 3:40 am
พุธ 18 มี.ค. 2009 11:33 pm
มาเพื่อไม่ให้บางสิ่งบางอย่างหายไปฮะ
Powered by phpBB © phpBB Group.
phpBB Mobile / SEO by Artodia.