อังคาร 03 มี.ค. 2009 9:07 am
เมื่อวาน เห็นคนเอาทองเก่ามาขาย มีพระติดมาด้วย เลยขอซื้อพระกับเจ้าของก่อน เลี่ยมใช้แบบเปลือยๆมาหลายสิบปี ผมเอากลับมาบ้าน และล้างให้สะอาดนิดหน่อย พอที่จะเห็นได้ว่า พระนี้คือ "พระถ้ำเสือ" พิมพ์เล็ก ของจังหวัดสุพรรณบุรี พระถ้ำเสือมีหลากหลายพิมพ์ ใหญ่ กลาง เล็ก จิ๋ว แต่นักเล่นคนสุพรรณ กระซิบบอกมานานเป็นสิบกว่าปีแล้วว่า ให้แขวนพิมพ์กลางและพิมพ์เล็กเท่านั้น และเล่นกรุเก่าเท่านั้น ส่วนพิมพ์ใหญ่ และกรุใหม่ ก็ให้คนที่ชอบแขวนไป บอกกล่าวตรงนี้ไม่ได้เพราะอาจจะไปกระเทือนผลประโยชน์ระดับใหญ่เข้า พระที่ลงให้ชมอยู่ในสภาพสึกหน้าสึกหลัง แต่ยังดูออกว่าเป็นพิมพ์เล็ก พระถ้ำเสือดีเด่นเรื่องคงกระพันยิ่งนัก สวยๆราคาไปไกลมากแล้ว และหาของแท้ยากมากๆ ไม่ได้โม้ว่าดูเป็นแต่เคยเห็นเนื้อหาของพระเลยกล้าซื้อ มาในราคา200บาทเท่านั้นเอง แฮะๆ
การพบ พระถ้ำเสือ จ.สุพรรณบุรี ครั้งแรกในราวปี ๒๔๘๗ ได้มีชาวบ้านใน อ.อู่ทองในสมัยนั้นได้ไปหามูลค้างคาว ที่ เขาเสือ ซึ่งเป็นถ้ำ จึงเป็นชื่อเรียกกันว่า เขาถ้ำเสือ เพราะว่าพบพระเขาถ้ำเสือ ต่อมาเรียกให้สั้นเข้ากลายเป็น พระถ้ำเสือ ความจริงตามหลักฐานของกรมศิลปากรระบุว่า เป็น เขาคอก ก็เป็นที่รู้กันว่า เขาเสือ เขาถ้ำเสือ หรือ เขาคอก ก็คือภูเขาลูกเดียวกัน และเป็นที่พบกรุพระครั้งแรกที่เขาถ้ำเสือนั่นเอง และต่อมายังมีผู้พบพระถ้ำเสือในที่ต่างๆ เพิ่มขึ้นอีก ในถ้ำเขากระจิว พบในเจดีย์ที่เขาพระ เขาวงพาทย์ เขาพระ (จร้า) วัดดอนพุทธา วัดหลวง เขากำแพง และเขาดีสลัก เขากุฏิ เป็นต้น สรุปแล้วพระถ้ำเสือพบ ที่ อ.อู่ทอง หลายครั้งและมีเป็นจำนวนมาก ถ้านำเอามารวมกัน
ใครสร้าง พระถ้ำเสือ นักโบราณคดีได้สันนิษฐานไว้ คือ ฤาษีเป็นผู้สร้าง เพราะว่าฤาษีได้อาศัยถ้ำเพื่อบำเพ็ญภาวนาและจำศีลตามถ้ำ และฤาษีเป็นผู้ที่บวชอยู่ตามป่าเขาลำเนาไพร เป็นผู้มีฌานสมาบัติอันแก่กล้า จึงได้สร้างพระไว้เพื่อสืบทอดพระพุทธศาสนา และพระถ้ำเสือได้แบ่งแยกเป็นพิมพ์ต่างๆ อีกหลายพิมพ์ เช่น พิมพ์หน้าฤาษี พิมพ์หน้าตุ๊กตา พิมพ์หน้าแก่ และพิมพ์จิ๋ว และยังมีพิมพ์ใหญ่ ความจริงพระถ้ำเสือพิมพ์ใหญ่ แบ่งออกเป็น ๒-๓ พิมพ์ เพราะเท่าที่พบ พิมพ์ทรง ไม่ค่อยจะเหมือนกัน แต่มีจำนวนน้อย จึงไม่แยกพิมพ์ออกไป ให้มันยุ่งยาก จึงเรียกโดยรวมว่าพระถ้ำเสือ พิมพ์ใหญ่ กรุเก่า พระถ้ำเสือ เท่าที่พบจะเป็นเนื้อดินเผา ความหนาแน่นเนื้อพระจะคล้าย พระขุนแผน กรุวัดพระรูป ไม่มีเม็ดทราย ถึงจะมีในบางองค์ ก็เป็นจำนวนน้อย และถ้ามีก็จะ เป็นเม็ดทรายขาว พระถ้ำเสือส่วนใหญ่แล้ว จะมีเนื้อสีแดงคล้าย สีกระเบื้อง ในบางองค์อาจเป็นสีแดงเข้ม แต่จะมีความแห้งผากเลยทีเดียว เพราะอายุในการสร้างได้ผ่านมา นานนับร้อยปี จึงทำให้มีความแห้ง แบบธรรมชาติ และอมความเก่าไว้เป็นสำคัญ ถ้านำพู่กันหรือสำลีมาขัดเบาๆ ก็จะทำให้ขึ้นเงาโดยทันที และจุ่มน้ำอุ่นเงา ที่ขึ้นมานั้นก็จะหายหมดไป ทันทีเช่นเดียวกัน จัดได้ว่า พระถ้ำเสือนั้นนอกจากจะเป็นพระที่เก่าแก่มีอายุสร้างมานาน และองค์พระขนาดกะทัดรัด เหมาะสำหรับห้อยหรือพกพาสะดวก เพราะเป็นพระเล็กกำลังพอดี และมีพุทธคุณในด้านคงกระพันชาตรี และแคล้วคลาดจากอันตรายอย่างเห็นได้ชัด
อนึ่ง ในหนังสือ พระเมืองสุพรรณ โดย อาจารย์มนัส โอภากุล ได้เล่าประสบการณ์ของผู้ที่ใช้พระถ้ำเสือไว้ดังนี้ ในหนังสือพระเมืองสุพรรณซึ่งเป็นหนังสือเก่าแก่อีกเล่มหนึ่ง พระเมืองสุพรรณทั้งหมดที่อาจารย์มนัสท่านได้รวบรวมเอาไว้ให้ชนรุ่นหลังได้ศึกษา ในหนังสือพระเมืองสุพรรณ หน้าที่ ๒๐๓ ท่านอาจารย์มนัสได้เขียนไว้ว่า ปาฏิหาริย์ของพระถ้ำเสือเกิดขึ้นเมื่อปี ๒๕๐๔ หนังสือพิมพ์และวิทยุกระจายเสียงแพร่ข่าวออกมาว่า
"มีชาวนา ๓ คน เดินอยู่กลางทุ่งขณะฝนตกฟ้าคะนอง ในขณะนั้นฟ้า ได้ผ่าเปรี้ยงลงมายังคนทั้งสาม ทุกคนกระเด็นไปคนละทิศละทาง และไม่ได้ไหวติงแม้แต่น้อย เมื่อฝนหยุดตกญาติออกตามหาก็พบคนทั้ง ๓ คนนอนกระจัดกระจาย ๒ คนตายสนิท อีกคนหนึ่งรอดอย่างปาฏิหาริย์ เพราะห้อยพระถ้ำเสือไว้ในคอ และสร้อยสเตนเลสละลายแต่คนห้อยรอดตาย อย่างปาฏิหาริย์" และอีกรายหนึ่ง เหตุเกิดเมื่อวันที่ ๒๐ กรกฎาคม ๒๕๑๖นายทองเปลว ศรีเหรา อดีตเจ้าหน้าที่แผนกเสมียนตราจังหวัด บ้านอยู่จระเข้สามพัน อ.อู่ทอง จ.สุพรรณบุรี เย็นวันนั้นนายทองเปลว ได้ไปเที่ยวบ้าน สังข์ทอง สีใส ซึ่งเป็นดาราและนักร้อง ที่มีชื่อเสียงในสมัยนั้น ขณะนั้นฝนตกหนัก นายทองเปลวนั่งพิงเสาเรือนคุยกับญาติๆ ของสังข์ทอง สีใส และในทันใดนั้น ฟ้าได้ผ่าลงมาที่เสาเรือนที่นายทองเปลว นั่งพิงอยู่จนเสาไม้แตกกระจาย ส่วนนายทองเปลวนอนแน่นิ่ง ใครๆ ก็นึกว่าตาย เมื่อเข้าไปตรวจดูปรากฏว่า ยังไม่ตาย เพียงแต่สลบไปเท่านั้น จึงได้นำตัวส่งโรงพยาบาลเจ้าพระยายมราชรักษา และเช็กร่างกายอย่างละเอียดปรากฏว่าไม่เป็นอะไรเลยและกลับบ้าน ได้ในเวลาต่อมา ถ้าพูดถึงพระถ้ำเสือและปาฏิหาริย์ ถ้าจะบรรยายตรงนี้คงจะไม่หมดเพราะมีมากมาย แต่ยกตัวอย่างเป็นสังเขปให้ได้เกร็ดความรู้และเรื่องราวที่เกิดขึ้นจริงๆ เท่านั้น (ข้อมูลอ้างอิงจากหนังสือพระเมืองสุพรรณ โดย อาจารย์มนัส โอภากุล+นสพ.คม ชัด ลึก)
- แนบไฟล์
-

- DSC01886.JPG (118.24 KiB) เปิดดู 10927 ครั้ง
-

- DSC01887.JPG (113.96 KiB) เปิดดู 10916 ครั้ง
-

- DSC01892.JPG (108.41 KiB) เปิดดู 10900 ครั้ง
-

- DSC01894.JPG (107.97 KiB) เปิดดู 10886 ครั้ง