Switch to full style
รวมบทความที่น่าสนใจต่าง ๆ จากนักเขียนชื่อดัง และ ผู้ที่ทรงภูมิความรู้มากมาย
ตอบกระทู้

วิธีบูชา "เหรียญนารายณ์สิบกรมหาปราบ" วัดยานนาวา

พุธ 04 มี.ค. 2009 6:03 am

(จักรพันธุ์) re1.jpg
(จักรพันธุ์) re1.jpg (21.21 KiB) เปิดดู 4607 ครั้ง

พระนารายณ์หรือพระวิษณุ เป็นเทวดาผู้ใหญ่ซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีในศาสนาพราหมณ์ หลายท่านอาจนึกว่าเป็นเรื่องแต่งหรือนิยาย แต่ในความเป็นจริงท่านผู้ปฏิบัติธรรมบำเพ็ญสมาธิในพระพุทธศาสนาทั้งฝ่ายบรรพชิตและฆราวาสต่างก็ได้เคยพบเจอกับพระนารายณ์มาแล้วหลายต่อหลายท่านด้วยกัน ซึ่งบางท่านก็เล่าถึงเหตุการณ์ที่ได้พบเจอ ว่าเพราะอะไร เพื่ออะไร ? แต่บางท่านก็เก็บงำเงียบด้วยกลัวคนจะหลงทางแล้วเข้าใจไปว่า นารายะ สรณัง คัจฉามิ ตามแบบคนไทย

แต่ความเป็นพระนารายณ์ก็มิได้ผิดไปจากไหน เพราะการจะเป็นเทวดาได้ก็รู้อยู่ว่าย่อมต้องสั่งสมคุณงามความดีมิใช่น้อยโดยเฉพาะเมื่อต้องขึ้นสู่เทวโลกชั้นสูงสุดคือ "ปรนิมมิตวสวัตตี"

แม้บางเรื่องอาจดูขัดหูคนไทยพุทธในเรื่องนารายณ์อวตาร แต่นั่นก็ควรรู้ว่าเป็นเรื่องที่ "ศังกราจารย์" พระอาจารย์เอกชาวอินเดียผู้นับถือพราหมณ์สุดโต่งแต่งขึ้น ยัดเยียดสิ่งต่าง ๆ เข้าสู่ประวัติของพระเป็นเจ้าเพื่อขยายวงแห่งความนับถือแล้วเปลี่ยนชื่อจากศาสนาพราหมณ์เป็น "ศาสนาฮินดู"
โบสถ์พราหมณ์ re2.jpg
โบสถ์พราหมณ์ re2.jpg (35.73 KiB) เปิดดู 4618 ครั้ง

ในแวดวงผู้เข้มขลังวิทยาคุณชาวพุทธ มองพระนารายณ์เป็นเทวะองค์หนึ่งที่สร้างคุณงามความดีไม่ต่างไปจากองค์อัมรินทราธิราชที่ก่อนเป็นพระอินทร์ก็เป็น "มฆะมานพ" ชวนพวกพ้องสั่งสมบารมีจนได้เกิดเป็นพระอินทร์ แล้วมีบทบาทมากมายในพุทธประวัติ

ในศาสนาพราหมณ์ก็มีพระอินทร์

ดังนั้น พระนารายณ์หรือพระอินทร์ก็เป็นเทพผู้สร้างความดีด้วยกันทั้งสิ้น เมื่อจะกราบไหว้บูชาก็บูชากันที่คุณงามความดีซึ่งนำไปสู่ความเป็นเทวะที่สำคัญยิ่งคือ หิริและโอตตัปปะ ความละอายต่อบาปและความเกรงกลัวต่อบาป หลวงพ่อกัสสปมุนีจึงให้ศิษย์จุดธูปบูชาเทพ 2 ดอก เพื่อแสดงความบูชาต่อคุณธรรมที่ทำให้เป็นเทพทั้ง 2 ข้อคือ "หิริโอตตัปปะ" ดังนี้ มิใช่จุดขึ้นเพื่อบูชาตัวเทพเอง

พระพรหมเป็นผู้สร้างรังสรรค์ พระนารายณ์เป็นผู้ป้องปราม และ พระศิวะ เป็นผู้ทำลาย

สามมหาเทพนี้เป็นใหญ่ในสวรรค์ เป็นเทพที่ได้รับการเคารพนับถือมากในอินเดียแล้วแพร่หลายมายังประเทศไทย ค่าที่คนไทยเป็นชาวพุทธและใจกว้าง จึงยอมรับนับถือในความเป็น "เทวะที่ดี" ของมหาเทพแห่งศาสนาพราหมณ์ได้โดยไม่ต้องทะเลาะกัน

แม้จะรับ...หากเมื่อเป็นชาวพุทธแล้วก็มีแต่พุทธัง ธัมมัง สังฆัง สรณังคัจฉามิ ไม่อาจรับใครมาเป็นสรณะที่พึ่งอันเกษมได้อีกต่อไป แต่ด้วยสติปัญญาอันชาญฉลาดผนวกกับโบราณาจารย์เป็นนักไสยศาสตร์ที่เก่งกล้าสามารถจึงผูกรูปพระนารายณ์เข้ากับพระคาถาแบบพุทธซึ่งเป็นพุทธคุณ ธรรมคุณ สังฆคุณ ได้อย่างแยบยลไม่ติดขัด และเมื่อปลุกเสกเรียกสูตรแล้วก็มีอภินิหารเป็นอัศจรรย์ เกิดเป็นวิชาใหม่ขึ้นมา

ทำให้แยกพุทธกับพราหมณ์ออกจากกันยากเย็นเหลือเกิน

re4.jpg
re4.jpg (32.11 KiB) เปิดดู 4611 ครั้ง


พระนารายณ์ จึงกลายเป็น "เครื่องราง" ชนิดหนึ่งของคนไทยมาแต่นั้น ครูบาอาจารย์ดึงเอาจุดเด่นของความเป็นพระนารายณ์มาใช้ คือความเมตตาปรารถนาให้ผู้อื่นเป็นสุข แต่ในขณะเดียวกันก็เด็ดขาด ไม่อ่อนข้อให้คนชั่ว หากใครถูกรังแกอย่างไม่เป็นธรรม ก็พร้อมจะลงมือปราบปรามได้อย่างฉับพลันทันทีเมื่อเห็นว่าผิดจริง ไม่รับสินบน ไม่เห็นแก่พวกพ้อง หากผิดเป็นอันว่าคนผู้นั้นต้องรับโทษ

นี่คืออุปนิสัยของมหาเทพองค์นี้

ภาพเขียนอินเดียสวยมาก re3.jpg
ภาพเขียนอินเดียสวยมาก re3.jpg (20.24 KiB) เปิดดู 4609 ครั้ง


เครื่องรางซึ่งถือกำเนิดในนามของพระนารายณ์ จึงมีคุณวิเศษในทางแก้ไขสิ่งชั่วร้ายให้กลายเป็นดี ปราบคนร้าย คนพาล เทวบุตรมาร เทวธิดามาร และสยบภูตผีปีศาจ อำนาจมนตราอาถรรพณ์คุณไสย คุณผีและคุณคนอันเขากระทำมาก็ดี ลมเพลมพัดก็ดี ย่อมป้องกันแก้ไขได้ทั้งสิ้น และยังแก้เคราะห์สะเดาะห์เคราะห์ตามแนวทางลัทธิวิธีของพุทธตันตระได้อีกด้วย

รูปเคารพพระนารายณ์ จึงมิใช่รูปเคารพที่เป็นสรณะอันประเสริฐที่มีเป้าหมายไปทางพ้นจากทุกข์ หากเป็นรูปเคารพซึ่งเป็นที่พึ่งพิงในยามทุกข์ใจ ด้วยเหตุว่าเรื่องราวบางอย่างจะไปอ้อนวอนร้องขอพระรัตนตรัยอย่างไรได้ เช่น ผัวหน่าย เมียหนี แอบรักเขาอยากให้เขารัก ฯลฯ สิ่งเหล่านี้ไปบนบานพระพุทธรูปหรือพระสงฆ์ได้หรือ พระวินัยบัญญัติชัดเจนว่า "ภิกษุชักสื่อให้ชายหญิงเป็นสามีภรรยากัน ภิกษุนั้นต้องอาบัติสังฆาทิเสส" ชักสื่อก็คือเป็นพ่อสื่อแม่ชักนั่นแล

เพราะฉะนั้น งานอันเกี่ยวกับโลกิยะก็ควรให้เป็นเรื่องของทวยเทพผู้ยังข้องแวะในกามเป็นผู้สงเคราะห์ ย่อมเห็นควรว่าเป็นหนทางที่ถูกมากกว่าจะเป็นพระรัตนไตร

พระนารายณ์ก็มีภรรยาเป็นโหล เรียกว่าทางเสน่หาเมตตามหานิยมก็ใช่เล่นเช่นกัน

เมื่อพระมหาวีรธรรม ธัมมวีโร คิดทำรูปเคารพแห่งพระนารายณ์ผู้เป็นเจ้า ท่านก็คิดทำขึ้นเพื่อเป็นเครื่องรางแบบหนึ่ง อุปมาเช่นรูปของหนุมาน นางกวัก กุมารทอง ราหู ฯลฯ ดังที่นิยมกันทั่วไปเช่นกัน เพียงแต่การสร้างเหรียญรูปเหมือนพระนารายณ์นั้นมีนัยยะแฝงเร้นเป็นธรรมะมากมายหลายประการมากกว่ารูปเคารพอย่างอื่น สุดแต่ผู้มีปัญญาจะพิจารณาเห็น ดังตัวอย่างที่ได้อธิบายไว้ในกระทู้ก่อนแล้ว
.jpg
.jpg (75.19 KiB) เปิดดู 4608 ครั้ง

การบวงสรวงที่จัดขึ้นอย่างถูกต้องและใหญ่โตสมเกียรติแห่งมหาเทพผู้เป็นใหญ่ในเทวโลก ณ บริเวณลานข้างพระอุโบสถวัดยานนาวา เมื่อวันอาทิตย์ที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2552 เชื่อว่าพระองค์ท่านต้องรับรู้และเสด็จลงมาร่วมพิธีพร้อมทั้งบันดาลด้วยอำนาจเทวฤทธิ์ให้ของในพิธีโดยเฉพาะรูปของพระองค์ท่านมีฤทธานุภาพ มีอำนาจ มีความศักดิ์สิทธิ์อย่างไม่ต้องสงสัย หลายสิ่งที่ปรากฏขึ้นในพิธีเป็นตัวบ่งชี้ได้เป็นอย่างดี

แม้ก่อนหน้าวันงานจะมีแดดร้อนเปรี้ยงจนใครต่อใครยังคิดว่าจะต้องไปผิวเกรียมอยู่หน้าเตาหลอมในพิธีแน่ ๆ หากเมื่อถึงก่อนวันงานเพียงหนึ่งวันกลับมีฝนตกลงมาอย่างหนัก ทำให้ร่มเย็นไปทั่ว แต่วันเททองขณะที่พระมหาวีรธรรมออกไปธุระนอกวัดก็ยังได้พบกับฝนตกทั่วกรุง ทว่าเมื่อกลับมายังวัดยานนาวา ในบริเวณวัดและมณฑลพิธีนั้นไม่มีฝนแม้สักเม็ดเดียว มีแต่แดดร่มลมตกโชยพัดอยู่ตลอดเวลาคลายร้อนจากเตาหลอมอันระอุกรุ่นลงได้มากโข

และร่มอย่างนั้น เย็นอย่างนั้นอยู่จนค่ำมืดเสร็จพิธี

ใครจะว่าดีเปรสชั่นเข้าพอดี อะไร ๆ ก็พอดี ก็ว่าไปเถิด แต่ผมว่าเป็น "มงคลดี" ที่ใน "วันและเวลา" อย่างนั้นกลับเกิดเหตุการณ์ที่ "ดีกับเราทุกคน" อย่างนั้น...

นั่นแหละ ฤกษ์ดี

ความร่มเย็นใคร ๆ ก็ต้องการ พระเศรษฐีนวโกฏินำความชุ่มเย็นมาให้ เพราะน้ำคือชีวิต พระนารายณ์ปราบร้อนผ่อนเย็น สิ่งเหล่านี้คือนัยยะที่แฝงอยู่อย่างเป็นกำลังใจอันหนึ่งให้ผู้เลื่อมใสในสายทางนี้ หากจะเพียรอธิบายทุกสิ่งให้เป็นวิทยาศาสตร์เสียสิ้นก็ไม่ควรไปเททองหล่อพระ เช่าพระ และแขวนพระกันแล้ว

เพราะนั่นเป็นเรื่องที่วิทยาศาสตร์อธิบายไม่ได้ทั้งนั้น

รับรู้กันด้วยใจและประสบการณ์ตรง

แขวนคอ เงิน ด้านหน้า.jpg
เหรียญนารายณ์สิบกรชนิดห้อยคอ เนื้อเงินบริสุทธิ์
แขวนคอ เงิน ด้านหน้า.jpg (45.17 KiB) เปิดดู 4608 ครั้ง

แขวนคอ เงิน ด้านหลัง.jpg
แขวนคอ เงิน ด้านหลัง.jpg (43.62 KiB) เปิดดู 4602 ครั้ง

เหรียญพระนารายณ์สิบกรมหาปราบถูกสร้างขึ้นอย่างบรรจง มีคนถามว่าทำไมต้องสิบกร ? ปกติพระนารายณ์มี 4 กร และทรงเทพศัสตราทั้ง 4 กร คือ ตรี คทา จักร สังข์ แต่เมื่อทรงอาวุธครบ 4 กรแล้วจะเอากรไหนมาประทานพรให้เรา จะเอากรไหนยื่นออกมาเพื่อรับการกราบไหว้บูชาจากเรา ?

10 กร แทน 10 ปาง

10 มือ ทำความดี 10 อย่าง

10 ครั้ง แห่งการก้าวลงจากบัลลังค์ สถานที่สถิตอันสูงสุดลงมาสู่ที่อันต่ำสุดเพื่อช่วยเหลือคนทุกข์

นี่คือน้ำใจ นี่คือเมตตา สองสิ่งดังกล่าวนี้มีอยู่ในพระพุทธศาสนาหรือไม่ ?

เทววิธี ย่อมต่างกับอริยวิธี


หากตำรวจต้องปราบคนชั่วด้วยปืน ด้วยกุญแจมือ ด้วยคุก ด้วยเรือนจำ พระอริยเจ้าก็ปราบคนชั่วด้วยธรรมะ ด้วยอภัย ด้วยเมตตา ด้วยเทศนา


เมื่อคุณได้พบกับคนชั่ว คุณเลือกที่จะปราบเขาด้วยคำด่าทอหรือการให้อภัย...

แขวนคอ นวะ ด้านหน้า.jpg
เหรียญนารายณ์สิบกร ชนิดห้อยคอ เนื้อนวโลหะ
แขวนคอ นวะ ด้านหน้า.jpg (43.95 KiB) เปิดดู 4594 ครั้ง

แขวนคอ นวะ ด้านหลัง.jpg
แขวนคอ นวะ ด้านหลัง.jpg (42.19 KiB) เปิดดู 4588 ครั้ง


เหรียญนารายณ์สิบกรเป็นตัวแทนของการปราบสิ่งพาลทั้งด้วยความเด็ดขาดและความเมตตา อานุภาพที่สถิตอยู่ในเหรียญถึงพร้อมทุกทางอย่างที่คนบนโลกจะต้องการในการดำรงชีวิต เพราะเสกครอบคลุมไปหมด เป็นเหรียญมหาปราบที่ถูกแทรกด้วยโชคลาภและโภคทรัพย์เงินทองจากบารมีของพระนวโกฏิเศรษฐี

พิธีนี้ศักดิ์สิทธิ์จริง ๆ

แขวนคอ ตะกั่ว ด้านหน้า.jpg
เหรียญนารายณ์สิบกร ชนิดห้อยคอ เนื้อตะกั่ว
แขวนคอ ตะกั่ว ด้านหน้า.jpg (43.62 KiB) เปิดดู 4585 ครั้ง

แขวนคอ ตะกั่ว ด้านหลัง.jpg
แขวนคอ ตะกั่ว ด้านหลัง.jpg (43.55 KiB) เปิดดู 4582 ครั้ง

รุ่นน้องผมคนหนึ่งได้รับอนุญาตจากพระมหาวีรธรรมให้นำบายศรีเทพกลับบ้านไปบูชาได้ เขากับภรรยาจึงตรงเข้าไปอุ้มทั้งพานมาจำนวน 1 คู่ เมื่อขับรถกลับถึงบ้านที่ศรีราชา และเปิดประตูรถเตรียมจะก้าวลงมา ก็ต้องชะงักอยู่กับที่ทั้งคู่แล้วมองหน้ากันเลิ่กลั่ก เพราะทันทีที่เปิดประตูกลิ่นธูปหอมตลบอบอวลก็โชยฉุนมาปะทะจมูกอย่างรุนแรง... แรงจนคิดว่า ณ ที่นั้นควรจะมีธูปปักอยู่เป็นกำ ๆ

แต่ก็ไม่มี

แม้จะวิ่งไปดูที่ศาลพระพรหมและพระภูมิว่ามีใครจุดธูปจำนวนมากมายขนาดนี้หรือไม่ ? ก็ไม่ปรากฏว่ามี กลิ่นธูปที่ตลบแรงนั้นอบอวลอ้อยอิ่งอยู่รอบบริเวณที่จอดรถนานหลายนาทีก็จางหายไป เขาอยู่ที่พักแห่งนี้มาหลายปีก็ไม่เคยมีเหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นมาก่อนเลย

เมื่อได้สติก็โทรหาผมแล้วลงมือเล่าอย่างตื่นเต้น ผมบอกว่าไม่ใช่ภูตผีปีศาจมาหลอกหลอนดอก ก็เมื่อบายศรีเป็นตัวแทนของการบูชาเทพเทวาและท่านผู้ศักดิ์สิทธิ์ทั้งปวง เมื่อท่านลงมาจากข้างบนเพื่อร่วมงาน เพื่อแผ่เมตตาบารมี "พลังงาน" ของท่านเหล่านั้นก็จะติดอยู่กับสิ่งของเหล่านี้ด้วย ครูบาอาจารย์จึงสอนนักว่า เมื่อเสร็จพิธีแล้วของที่ไม่ได้ใช้ให้ลอยน้ำเสีย บายศรี ดอกไม้ ข้าวตอก ถั่วเขียว งา ฯลฯ ให้ลอยน้ำอย่าไปทิ้งขว้างที่ต่ำ

เพราะจะเป็นการไม่สมควร

ดังนั้นเมื่อเราเชิญบายศรีที่มี "พลัง" ของท่านผู้ทรงคุณธรรมสูงประทับอยู่กลับไป ผู้น้อยทั้งหลายซึ่งอยู่ต่ำกว่าท่านผู้ศักดิ์สิทธิ์เบื้องบนและอาศัยอยู่ในบริเวณนั้นร่วมกันกับเรา อาจเป็นเจ้าที่ เป็นภุมมเทวดา เป็นผีบ้านผีเรือนได้ทั้งนั้น ก็พากันมาต้อนรับบูชาซึ่งบายศรีมหามงคลที่เรานำมาด้วย แล้วพวกเขาก็ "แสดง" ให้เราได้รับรู้ด้วยการสัมผัสทาง "ฆานประสาท"

อยากถามเขาเหมือนกันว่าหากได้สัมผัสทาง "ฆานประทาท" แล้วไม่เป็นที่พอใจ แสดงว่าอยากจะได้ทาง "จักษุประสาท" อย่างนั้นหรือ ?

ทั้งสองคนเมื่อรับรู้อย่างนี้แล้วก็ดีใจว่าได้ของดีมาเข้าเรือนเพื่อบูชาเป็นสิริมงคล
ด้านหน้า.jpg
เหรียญบาตรน้ำมนต์ เนื้อเงินบริสุทธิ์
ด้านหน้า.jpg (39.42 KiB) เปิดดู 4574 ครั้ง

ด้านหลัง.jpg
ด้านหลัง.jpg (41.05 KiB) เปิดดู 4574 ครั้ง

เมื่อนำรูปเคารพพระนารายณ์เข้าเรือนแล้ว ให้จุดธูป 5 ดอกกลางแจ้งบอกกล่าวภูมิเจ้าที่เสียก่อนเป็นการแสดงความเคารพ เพราะเราไม่อาจรู้ได้ว่าเขาเกรงกลัวองค์พระวิษณุเจ้าแค่ไหน เดี๋ยวเขาจะว่าเราว่าเอาของทรงอานุภาพมาข่มเขาหรืออย่างไร ? เป็นที่ผิดใจกันไปเปล่า ๆ บอกผู้รักษาเรือนที่อาศัยอยู่ก่อนเป็นการดี
ขยาย ด้านหน้า.jpg
ภาพขยายองค์พระนารายณ์สิบกรในเหรียญบาตรน้ำมนต์เนื้อเงิน
ขยาย ด้านหน้า.jpg (44.3 KiB) เปิดดู 4572 ครั้ง

จากนั้นให้จุดธูปอีก 16 ดอกกลางแจ้ง อัญเชิญพระนารายณ์ผู้เป็นเจ้าเป็นใหญ่ให้เสด็จลงมายังเคหะสถานแห่งนี้ บอกชื่อนามสกุลของเราและคนในบ้านเราให้พระองค์รับรู้ เพื่อขอความคุ้มครองจากพระองค์

จากนั้นให้เข้าห้องพระหรือจุดที่จะตั้งจะวางรูปเคารพพระนารายณ์ จุดเทียนขาว 1 คู่ ขึ้นธูป 9 ดอก กล่าวคำบูชาพระรัตนตรัยเสียก่อนแล้วจึงว่า นะโม 3 จบ แล้วสวดคาถาบูชาองค์พระนารายณ์ดังนี้

- โอม นารายะ นะมะ ฯ. (9 จบ)

- โอม สัพพะอุปาทะ สัพพะทุกขะ สัพพะโสกะ สัพพะโรคะ วินาสายะ สัพพะศัตรู ปะมุจจะติ ฯ. (3 จบ)

- โอม นารายะณะเทวะตา สะทารักขันตุ ฯ. (3 จบ)


แต่ถ้าจะพกเหรียญนารายณ์สิบกรมหาปราบติดตัวไปข้างนอก ให้อาราธนาด้วยคาถาข้างบนให้เรียบร้อยเสียก่อนแล้วจึงสวดบทห้ามอาวุธ ห้ามภัย ปิดอันตราย ต่อท้ายดังนี้

- สัทถาธะนุง อากัฑฒิตุง ทัตวา วิสัชเชตุง นาทาสิ ฯ. (3 จบ)

ทำได้ดังนี้เป็นมหาแคล้วมหาคลาด ป้องกันอันตรายภูตผีปีศาจได้สารพัด เป็นมหากันดีนักแล


สำหรับผู้ที่ประสงค์จะถวายเครื่องสังเวยเป็นเทวตาพลี ของถวายนิยมใช้อาหารเจหรืออาหารมังสวิรัติที่ไม่เข้าเนื้อสัตว์ ผลไม้เป็นมะพร้าวอ่อนและสิ่งอื่น ๆ ตามที่เห็นสมควร ไม่ประสงค์สุรา โปรดดอกไม้สีเหลืองทั้งปวง อาทิ กุหลาบเหลือง ดาวเรือง เป็นต้น
ด้านหน้า.jpg
เหรียญบาตรน้ำมนต์ เนื้อตะกั่ว
ด้านหน้า.jpg (50.99 KiB) เปิดดู 4569 ครั้ง

ด้านหลัง.jpg
ด้านหลัง.jpg (49.15 KiB) เปิดดู 4565 ครั้ง

หากได้บูชาเหรียญบาตรน้ำมนต์นารายณ์สิบกรมาแล้ว ก็ควรหาภาชนะสะอาดใส่น้ำสะอาด แล้วกระทำพิธีสวดบูชาดังกล่าวข้างต้น จึงอัญเชิญเหรียญน้ำมนต์ลงไปในภาชนะนั้น ก่อนวางลงก้นภาชนะให้เอาเหรียญวนรอบ ๆ ขันช้า ๆ 3 รอบ แต่ละรอบให้ภาวนาว่า โอม นารายะณะ เทวะตา สะทารักขันตุ ฯ.
ด้านหน้า.jpg
เหรียญบาตรน้ำมนต์ เนื้อทองแดง
ด้านหน้า.jpg (46.82 KiB) เปิดดู 4566 ครั้ง

ด้านหลัง.jpg
ด้านหลัง.jpg (42.58 KiB) เปิดดู 4559 ครั้ง

เมื่อวางเหรียญลงก้นขันแล้วจึงอธิษฐานเอาตามประสงค์ เมื่อธูปหมดดอกพึงทราบว่าน้ำสะอาดนั้นได้กลายเป็นน้ำเทพมนต์อันศักดิ์สิทธิ์แล้ว ด้วยอานุภาพของพระรัตนตรัย ครูบาอาจารย์ที่ปลุกเสกเหรียญ และเทวานุภาพขององค์พระวิษณุเจ้า แม้ปรารถนาสิ่งใดหากไม่เกินอำนาจกรรมย่อมสมดังมโนปรารถนาทุกประการ
ขยาย ด้านหน้า.jpg
ขยาย ด้านหน้า.jpg (49.1 KiB) เปิดดู 4555 ครั้ง

ขอให้ท่านที่ได้บูชาเหรียญนารายณ์สิบกรมหาปราบนี้มา ได้โปรดทำตามนี้ก็จักเห็นอานุภาพของพระเป็นเจ้าที่เอ็นดูมนุษยโลกดุจบิดาเอ็นดูบุตรพระองค์นี้ และประสบแต่ความสุขความเจริญ ปราศจากภยันตรายนานาประการ รุ่งเรืองอยู่ด้วยโภคสมบัติทั้งหลายตลอดกาลนาน

Re: วิธีบูชา "เหรียญนารายณ์สิบกรมหาปราบ" วัดยานนาวา

พุธ 04 มี.ค. 2009 7:05 am

ขอบพระคุณหลายๆครับ สำหรับข้อมูลที่ดีมีประโยชน์ เหมือนได้กลับมาอ่านคอลัมน์ "นานาสาระกับพระเครื่อง" อีกครั้ง

Re: วิธีบูชา "เหรียญนารายณ์สิบกรมหาปราบ" วัดยานนาวา

พุธ 04 มี.ค. 2009 7:11 am

ขอบพระคุณครับคุณถั่วพู

ภาษิตจีนมีว่า "คนอยู่กระบี่อยู่ คนตายกระบี่ตาย"


ภาษิตผมมีว่า "คนอยู่คอลัมน์อยู่ คนตายคอลัมน์อยู่(ไหน ?)" :lol: :lol: :lol:



ทุกวันนี้จะหาของตัวเองอ่านก็ยังยากเลยอ่ะ :lol:

Re: วิธีบูชา "เหรียญนารายณ์สิบกรมหาปราบ" วัดยานนาวา

พุธ 04 มี.ค. 2009 7:50 am

หัวกระทู้จั่วเพียงว่า วิธีบูชา "เหรียญนารายณ์สิบกรมหาปราบ" วัดยานนาวา แต่เข้ามาอ่านแล้ว เนื้อหาแน่นปึ๊ก รายละเอียดครบครัน เหนือคำบรรยายจริง ๆ เบื้องหลังการโพสกระทู้ นอกจากความตั้งใจดีที่จะมอบความรู้ความเข้าใจให้กับผู้อ่านแล้ว ยังต้องอาศัยองค์ความรู้ ประสบการณ์ ความเพียร ความอดทน ที่มาหล่อหลอมร่วมกัน และ ตกผลึกกลายมาเป็นความรู้ผ่านตัวอักษร ให้คนอ่านได้รับรู้สาระดีดี


ขอบคุณครับ





ว่าแล้วไปเก็บเหรียญเพิ่มดีก่าาาาาาา :mrgreen:

Re: วิธีบูชา "เหรียญนารายณ์สิบกรมหาปราบ" วัดยานนาวา

พุธ 04 มี.ค. 2009 7:55 am

พี่รณธรรมครับ คงต้องหาอาสาสมัครไปช่วยจัดบ้านให้แล้วล่ะครับ เผื่อจะได้เจอต้นฉบับ :mrgreen: :mrgreen: :mrgreen:

Re: วิธีบูชา "เหรียญนารายณ์สิบกรมหาปราบ" วัดยานนาวา

พุธ 04 มี.ค. 2009 8:04 am

เอ่อ คงไม่รบกวนหรอกครับ เพราะผมเป็นคนช่วยเหลือตัวเองมาตั้งแต่เด็กน่ะ :lol: :lol: :lol:

Re: วิธีบูชา "เหรียญนารายณ์สิบกรมหาปราบ" วัดยานนาวา

พุธ 04 มี.ค. 2009 8:57 am

ขอบคุณพี่ต่อครับ

Re: วิธีบูชา "เหรียญนารายณ์สิบกรมหาปราบ" วัดยานนาวา

พุธ 04 มี.ค. 2009 10:24 am

ชอบเหรียญนี้ครับออกแบบยันต์อลังการดีครับ

Re: วิธีบูชา "เหรียญนารายณ์สิบกรมหาปราบ" วัดยานนาวา

พุธ 04 มี.ค. 2009 10:30 am

เป็นเรื่องราวที่ส่งเสริมความรู้ และส่งเสริมความอยากได้ดีแท้ๆ

ว่าจะหยุดแค่เหรียญเดียวแล้วนา...

ขอบพระคุณฮะ

คุณอารณธรรมฮะ เรื่องค้นหรือรื้ออะไรในบ้านคุณอารณธรรมเนี่ย เด็กลึกลับขออาสาฮะ

เพราะเด็กลึกลับถือภาษิตว่า

"ถ้าข้าไม่ลงนรก แล้วใครจะลงนรก"

คริ คริ คริ

เด็กลึกลับศึกษามาแล้วฮะ ว่าต้องไปตกที่ โรรุวนรก มีกำแพงเหล็ก 4 ด้าน ไฟลุกโชน จนหาเปลวไม่ได้ ยิ่งลึกมาก ก็ยิ่งร้อนมากขึ้นไปเรื่อยๆ
ตรงกลางขุมจะมีดอกบัวเหล็ก กลีบเหล็กถูกเผาไฟจนแดงโชน กระแสแห่งไฟพุ่งออกจากกลีบตลอดเวลา ไม่มีนายนิริยบาล สัตว์นรกจะถูกกรรมทำให้ต้องเอาหัวมุดลงไปในดอกบัว มือและขาก็จะจุ่มลงไปเช่นกัน กลีบบัวจะงับเข้ามาหนีบขาไว้ถึงข้อเท้า หนีบมือไว้ถึงข้อมือ ส่วนหัวจะหนีบไปถึงคาง เพื่อให้ไฟนั้นเผาอยู่ตลอดเวลา

คริ คริ คริ อยู่แค่ 4000 ปีนรกเองฮะ

Re: วิธีบูชา "เหรียญนารายณ์สิบกรมหาปราบ" วัดยานนาวา

พุธ 04 มี.ค. 2009 8:30 pm

คุณเด็กลึกลับอธิษฐานขอขนาดนั้นเลยหรือครับ

Re: วิธีบูชา "เหรียญนารายณ์สิบกรมหาปราบ" วัดยานนาวา

พุธ 04 มี.ค. 2009 9:56 pm

.gif
.gif (16.55 KiB) เปิดดู 4382 ครั้ง

Re: วิธีบูชา "เหรียญนารายณ์สิบกรมหาปราบ" วัดยานนาวา

พุธ 04 มี.ค. 2009 11:10 pm

กร๊าาาาาาาก ๆ ๆ


ว่าแต่คุณ monny ลั๊น ลา นาน ๆ มาที คิดถึงจัง สอบเสร็จแวะมา ลั๊น ลา บ่อย ๆ นะครับ :D

Re: วิธีบูชา "เหรียญนารายณ์สิบกรมหาปราบ" วัดยานนาวา

พฤหัสฯ. 05 มี.ค. 2009 1:08 am

ขอบคุณมากมายครับ :lcky: อ่านแล้วคิดถึง"นานาสาระกับพระเครื่อง"จังเลย อืม...ผมว่าน่าจะมีกระทู้ "นานาสาระกับพระเครื่อง" เพิ่มมาอีกนะครับไว้ลงเรื่องราวเกี่ยวกับกระทู้นี้โดยเฉพาะให้เป็นหมวดหมู่อ่านง่าย ส่วนกระทู้บทความก็ลงเรื่องราวต่างๆ....ดีไหมครับ...อย่างน้อยก็มีไว้ให้อาจารย์รณฯละเลงเต็มที่งัยหล่ะคร๊าบ

Re: วิธีบูชา "เหรียญนารายณ์สิบกรมหาปราบ" วัดยานนาวา

พฤหัสฯ. 05 มี.ค. 2009 3:06 am

:grt: :grt: :grt:

ยังคงยอดเยี่ยมเหมือนเดิมครับ สำหรับบทความดีๆแบบนี้ มิเสียแรงเป็นแฟนพันธุ์แท้!!!!

page5_blog_entry38_1.jpg
แฟนพันธุ์แท้นานาสาระกับพระเครื่อง
page5_blog_entry38_1.jpg (55.59 KiB) เปิดดู 4325 ครั้ง

Re: วิธีบูชา "เหรียญนารายณ์สิบกรมหาปราบ" วัดยานนาวา

พฤหัสฯ. 05 มี.ค. 2009 4:08 am

nongmai เขียน:ขอบคุณมากมายครับ :lcky: อ่านแล้วคิดถึง"นานาสาระกับพระเครื่อง"จังเลย อืม...ผมว่าน่าจะมีกระทู้ "นานาสาระกับพระเครื่อง" เพิ่มมาอีกนะครับไว้ลงเรื่องราวเกี่ยวกับกระทู้นี้โดยเฉพาะให้เป็นหมวดหมู่อ่านง่าย ส่วนกระทู้บทความก็ลงเรื่องราวต่างๆ....ดีไหมครับ...อย่างน้อยก็มีไว้ให้อาจารย์รณฯละเลงเต็มที่งัยหล่ะคร๊าบ



เอ่อ...คุณnongmaiคร้าบบ ถ้าจะเปลี่ยนจาก "ละเลงเต็มที่" เป็น "บรรเลงให้เต็มที่" อย่างนี้ จะทำให้ผมดูดีมีสกุลมากกว่าไม๊คร้าบบ... :roll:

Re: วิธีบูชา "เหรียญนารายณ์สิบกรมหาปราบ" วัดยานนาวา

พฤหัสฯ. 05 มี.ค. 2009 4:10 am

ขอบคุณมากครับคุณbecknui ว่าแต่นั่นใช่คุณปัญญากับคุณbecknuiหรือครับนั่น ... :lol: :lol: :lol:

Re: วิธีบูชา "เหรียญนารายณ์สิบกรมหาปราบ" วัดยานนาวา

พฤหัสฯ. 05 มี.ค. 2009 12:29 pm

:grt: เยี่ยมครับ

Re: วิธีบูชา "เหรียญนารายณ์สิบกรมหาปราบ" วัดยานนาวา

พฤหัสฯ. 05 มี.ค. 2009 1:45 pm

images2.jpg
images2.jpg (3.55 KiB) เปิดดู 4271 ครั้ง
ยอดครับ!

Re: วิธีบูชา "เหรียญนารายณ์สิบกรมหาปราบ" วัดยานนาวา

พฤหัสฯ. 05 มี.ค. 2009 3:31 pm

หนูบอกแล้ว

ว่าพี่เค้า "แรง"

Re: วิธีบูชา "เหรียญนารายณ์สิบกรมหาปราบ" วัดยานนาวา

ศุกร์ 06 มี.ค. 2009 1:05 am

.gif
.gif (24.48 KiB) เปิดดู 4192 ครั้ง
ตอบกระทู้