ศุกร์ 13 มี.ค. 2009 11:14 pm
เช้ามืดในเหมันต์ฤดู นางแกละหญิงชาวลาดบัวขาว วัย60 นั่งรอใส่บาตรพระอยู่หน้าบ้าน จนแสงแดดรำเพยจากกลีบเมฆแล้ว ก็เห็นพระสี่รูป เดินมาตามทางลูกรัง จากทางที่มาจากวัด
"นิมนต์หลงพ่อเจ้าค่ะ.........."
พระทั้งสี่รูป ยืนรอให้นางแกละใส่บาตร จนเสร็จ แล้วพระองค์แรกก็คือหลวงพ่อสุรินทร์ บอกให้พระที่เดินตามมาล่วงหน้าไปก่อน นางแกละก็ให้ฉงนด้วยว่าปรกติทุกวัน หลวงพ่อไม่ค่อยได้พูดคุยอะไรกับใครระหว่างบิณฑบาตร
"วันนี้เอ็งจะออกไปไหน ก็ให้ละเอาไว้ก่อน พรุ่งนี้หรือวันปะรืน ค่อยไป"
"เอ่อ คือว่า วันนี้ฉันจะไปเยี่ยมญาติที่เพชรฯ สักสองสามวัน นี่ว่าจะเอา อียม กับไอ้เชาว์ไปด้วย"
หลวงพ่อยืนมองหน้านางแกละสักพักนึงแล้วก็บอกว่า
"เอ็งจะไปก็ไปแต่เอา อียม กับ ไอ้เชาว์ไปฝากข้าที่กะติ เอ็งจะไปก็ให้ไปได้คนเดียว.."
"อ้าว.มีอะไรหรือเจ้าคะอาจารย์....."
"เออเอาเถอะ..เอาเป็นว่า ถ้าเอ็งจะไป ก็เอาไอ้สองตัวมาฝากข้าก่อน...."
นางแกละเริ่มที่จะเข้าใจอะไรบ้างแล้ว ในใจก็คิดว่าวันนี้ท่าจะไม่ดี หลวงพ่อทัก เอาไว้ แต่ในใจก็ห่วงคนที่นัดกันไว้ว่า จะไปด้วยกันหลายคน ก็เลยคิดว่าก่อนไปก็ไปหาหลวงพ่อก่อน
นางแกละนั่งรอจนหลวงพ่อสุรินทร์ฉันเช้าเสร็จ จึงเข้าไปกราบหลวงพ่อ ข้างในกุฏิ
"เอ่อ..คือว่า...ฉันเอาไอ้เชาว์ กับ อียม ไปฝากเค้าไว้ มันสองคนซนเหลือเกิน กลัวว่า อาจารย์จะลำบาก..."
"เออ...ก็แล้วแต่เอ็ง ว่าแต่นี่จะไปแล้วรึ.."
"ใช่เจ้าค่ะอาจารย์....แต่ว่า....เห็นอาจารย์ทัก ฉันก็ไม่สบายใจ....."
"อืม....ข้าก็ทักเอ็งนะ.....ข้ายังไม่อยากให้เอ็งไปในวันนี้ แต่เอ็งจะไปก็ตามใจเถิด มันไม่มีอะไรหนักหนากับเอ็งดอกแกละเอ้ย......"
"เจ้าค่ะ....งั้นฉันไปนะเจ้าคะ.."
"เอ็งมีพระของข้าใช่ไม๊แกละ....."
"มีเจ้าค่ะ....ฉันเหน็บพระทุ่งของอาจารย์เอาไว้เสมอ..."
"เออๆ...ไปดีเถิดลูกหลานข้า...."
นางแกละ กราบลาหลวงพ่อสุรินทร์ออกมาจากกุฏิ รถกระบะดัทสันบลูเบริด 320 ถือว่าใหม่ล่าสุดในปี2509แล้ว สตาร์ทเครื่องรออยู่ นางแกละในวัย60ปี แต่ยังคล่องแคล่วแข็งแรง ปีนขึ้นนั่งด้านหลังร่วมกับญาติคนอื่นๆ แล้วก็ออกไปจนพ้นเขตวัด
รถไฟสายใต้ ออกจากสถานีธนบุรี ผ่านนครปฐม มาถึงแยกหนองปลาดุก แล้ววกออกมาตามเส้นทาง หัวรถจักรดีเซลรางวิ่งตามกำหนดเวลาและความเร็วเสถียร รถกระบะดัทสันรุ่น320เครื่องยนต์800ซีๆ กำลัง60แรงม้า วิ่งไปตามทาง จนกระทั่ง รถไฟกับรถกระบะ วิ่งมาถึงทางตัดก่อนถึงสถานีรถไฟ คลองกระแชง ไม่มีใครรู้ว่าผีห่าใดๆที่ดลบันดาลให้รถกระบะ คันที่นางแกละนั่งมาด้วย พุ่งเข้าชนขบวนรถไฟสายใต้เข้าอย่างจัง รถไฟยังคงวิ่งต่อไปอีกสักพัก ก็ค่อยๆหยุด เสียงอื้ออึงคะนึงร้องขอความช่วยเหลือ กลิ่นเลือดคาวคละคลุ้งเจิ่งนองถนน ดินลูกรังสีส้มบัดนี้เปลี่ยนเป็นสีแดงเข้มของเลือดสดๆ แขนขาของคนขาดวิ่นแหว่ง กระเด็นไปคนละทิศละทาง คนบนรถไฟต่างวิ่งมาดูภาพอันสยดสยอง แล้วก็วิ่งกลับไปขึ้นรถไฟ คนขวัญอ่อนที่กล้ามาดู ก็ต้องอ๊วกเอาของเก่าออกมา เพราะภาพที่เห็นมันสุดแสนจะทานทน แต่สิ่งที่ไม่น่าเชื่อก็คือ นางแกละ หญิงชราวัย60ปี ลุกขึ้นเดินจากรำรางข้างทาง ขึ้นมายังที่เกิดเหตุ มีคนเข้าไปประคองนางแกละ และก็สอบถามกันอึงมี่ และที่แน่นอนละก็ แทบทุกคนต้องขอดูของดีจากนางแกละ หากแต่ในกาลนั้น นางแกละยังอยู่ในอาการตกใจสุดขีด และกว่าจะให้การกับตำรวจได้ ก็กินเวลาในอีกสามวันต่อมา เหตุการณ์ในครั้งนั้น ถึงกับลงหนังสือพิมพ์กันใหญ่โต คนบนรถกระบะ มีนางแกละรอดมาเพียงคนเดียว จะมีก็เพียงชาวลาดบัวเท่านั้นที่รู้ว่า นางแกละเหน็บไถ้ ที่มีพระเครื่อง ของหลวงพ่อสุรินทร์ วัดลาดบัวขาว ติดตัวเสมอ
ตามที่ได้ยินมา นางแกละคือยายของผม จะพกผ้าจีวร พระทุ่งเหยียบดอก และพระสมเด็จของหลวงพ่อสุรินทร์ไว้ติดตัวเสมอ ตอนนี้ทางวัดยังไม่ได้สร้างเหรียญขึ้นมา ตอนหลังนางยมลูกสาวนางแกละได้เล่าให้ฟังว่า นางแกละแขวนเหรียญหมูของหลวงพ่อสุรินทร์ จนถึงวันสุดท้ายของชีวิต นางแกละเสียชีวิตด้วยโรคชรา ในปี2532 รวมอายุได้83ปี
*แรกเริ่มเดิมที ฟังเรื่องนี้จากชาวบ้านแถววัด เรื่องราวเพี้ยนไปว่านางแกละนั่งรถไปแล้วรถไฟตกราง คนตายหมด แต่ที่จริง นางแกละ นั่งรถกระบะไปแล้วรถไปชนกับรถไฟ หลวงพ่อสุรินทร์ทำน้ำมนต์ให้นางแกละอาบและดื่มกิน จนอาการตกใจหายเป็นปรกติ*
ปล.ยืมรูปเหรียญคุณหมีร่มโพธิ์ไทรมานะครับ
- แนบไฟล์
-

- S73R0002.JPG (64.99 KiB) เปิดดู 2137 ครั้ง
-

- S73R0006.JPG (62.17 KiB) เปิดดู 2136 ครั้ง