ตำราทางวิทยาศาสตร์บันทึกไว้ว่า “
เมฆพัตร์” คือการเผาทองแดงให้ร้อนแล้วซัดด้วยกำมะถัน เนื้อหาออกมาเป็นสีดำ มีลักษณะมันวาว แต่ถ้าเราซัดกำมะถันไม่มากพอ เนื้อหาก็จะออกมามีลักษณะมันวาวเช่นกัน เพียงแต่จะออกมาเป็นสีเหลือง ซึ่งเราเรียกว่า “
เมฆสิทธิ์”
ตำราทางไสยศาสตร์ ก็มีบันทึกไว้เหมือนกันว่า “
เมฆพัตร์” คือชื่อของวัตถุอาถรรพ์ชนิดหนึ่ง ที่เกิดจากการหล่อหลอมทองแดง แล้วซัดด้วยกำมะถัน ว่าน ฯลฯ ตลอดจนเข้าสูตรด้วยวัตถุอาถรรพ์ชนิดต่างๆ และควบคุมกำกับด้วยคาถาอาคมตามความเชื่อของแต่ละสำนัก กรรมวิธีเช่นนี้เราเรียกว่า “
เล่นแร่แปรธาตุ”
การแปรสภาพของวัตถุด้วยกรรมวิธีทางไสยศาสตร์และคาถาอาคมนี้เอง ทำให้เชื่อกันว่าวัตถุที่ได้รับจะเป็นวัตถุอาถรรพ์ มีฤทธิ์ มีความศักดิ์สิทธิ์ในตัวเอง ถึงไม่ได้สร้างออกมาเป็นพระเครื่องก็สามารถคุ้มครองป้องกันภยันตรายต่างได้ เช่นลูกอมเนื้อเมฆสิทธิ์หรือเนื้อเมฆพัตร์ แต่ถ้าหากนำมาสร้างเป็นพระเครื่องแล้ว ความศักดิ์สิทธิ์ที่เกิดจากรูปขององค์พระ จะช่วยส่งเสริมให้พระเครื่องชนิดนั้นมีคุณค่าอเนกอนันต์ เช่นพระปิดตาเนื้อเมฆพัตร์ ของหลายๆสำนักเช่น วัดทอง วัดพะเนียงแตก หรือถ้าเป็นรูปพระพุทธ เช่นของวัดเสด็จ เป็นต้น
ในบรรดาพระเครื่องที่สร้างจากเนื้อเมฆพัตร์ “
สำนักวัดเสด็จ” โดยหลวงปู่ใจ ท่านได้สร้างพระพิมพ์ซุ้มประตู หรือพระพิมพ์นาคปรกขนาดเล็ก ที่เราเรียกว่า “
ปรกใบมะขาม” ซึ่งหายากและมีราคาแพง สำคัญคือหากไม่มีที่มาดีๆและแน่นอนแล้ว ค่อนข้างสร้างความลำบากใจในการเช่าหา
ปัจจุบันวงการพระเครื่องให้การยกย่องพระปรกใบมะขามของหลวงปู่ใจ วัดเสด็จ ว่าเป็นหนึ่งในเบญจภาคีพระปรกใบมะขามของเมืองไทย ที่ประกอบไปด้วย พระปรกใบมะขาม ท่านเจ้าคุณสนิท วัดท้ายตลาด พระปรกใบมะขาม หลวงปู่ศุข วัดมะขามเฒ่า พระปรกใบมะขาม สมเด็จพระพุฒาจารย์นวม วัดอนงคาราม พระปรกใบมะขาม ท่านเจ้าคุณสุนทร วัดกัลยาณ์และพระปรกใบมะขาม หลวงปู่ใจ วัดเสด็จ
ในยุคสมัยที่วิทยาการต่างๆ มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ความเร่งรีบในชีวิตทำให้คนเราหลงลืมอะไรไปบางอย่าง จึงไม่แปลกครับที่พระเครื่องเนื้อเมฆพัตร์ ซี่งมีกรรมวิธีการสร้างที่ยุ่งยากสลับซับซ้อน จะถูกลืมเลือนและหายไปจากความทรงจำ
แต่ถึงโลกเราจะหมุนไปทุกวันแต่โดยแท้จริงแล้วมันก็ยังคงหมุนรอบตัวเองเสมอ
อดีตไม่ได้หายไปไหนหรอกครับ
เพียงแต่เราไม่เปิดลิ้นชักหยิบมันขึ้นมาเองหลวงพ่อพระมหาสุรศักดิ์ เจ้าอาวาสวัดประดู่ ท่านได้เปิดลิ้นชักความทรงจำของกรรมวิธีการสร้างพระเนื้อเมฆพัตร์ ตามที่ได้รับสืบทอดมาจากคุณทวดขุนสมาน ลูกศิษย์หลวงปู่ใจ วัดเสด็จ ท่านนำมาปัดฝุ่นและสร้างขึ้นใหม่
ตามปณิธานสร้างสรรค์ว่า “
เพื่ออนุรักษ์การสร้างพระเนื้อเมฆพัตร สายลำน้ำแม่กลอง”
โดยมีวัตถุประสงค์ “
เพื่อนำรายได้ทั้งหมดมอบให้กับโรงเรียนวัดประดู่”
ภายใต้เจตนารมณ์และอุดมการณ์ว่า “
สร้างเป็นครั้งแรกและครั้งเดียวในชีวิต”
อธิบายความง่ายๆว่า “
ในชีวิตของพระมหาสุรศักดิ์ ท่านคงไม่สร้างพระเนื้อนี้อีกแล้วครับ”....
พระชุดนี้เป็นรูปองค์หลวงพ่อใหญ่ พระประธานศักดิ์สิทธิ์ของวัดประดู่ ที่ชาวบ้านให้ความนับถือกันมาก ตามตำนานเล่าว่าท่านได้ลอยน้ำมาขึ้นที่ท่าน้ำวัดประดู่ โดยพระมหาสุรศักดิ์ได้ทำการออกแบบพิมพ์ทรงด้วยตัวท่านเองจำนวน ๔ พิมพ์ครับ....
๑.พิมพ์ปรกโพธิ์ใหญ่ นัยยะว่ามีหลวงพ่ออยู่กับตัวแล้วจะมีแต่ความร่มเย็นและคนรักใคร่ จะไปไหนใกล้ไกลไม่มีเหตุเภทภัย แคล้วคลาดอันตรายทุกประการ
๒.พิมพ์เจ้าสัว เป็นรูปหลวงพ่อใหญ่ภายใต้ซุ้มรวงข้าว แสดงถึงความร่ำรวยและอุดมสมบูรณ์ตามลักษณะของเจ้าสัว ซุ้มรวงข้าวเป็นตัวแทนของคุณแม่พระทั้ง ๔ คือคุณมารดา คุณแม่ธรณี คุณแม่โพสพ และคุณแม่คงคา ตามตำราไสยศาสตร์กล่าวถึงความสำคัญของคุณแม่พระทั้ง ๔ นี้ว่า “
นับถือแล้วไม่มีตกต่ำ”
๓.พิมพ์ซุ้มประตู จำลองแบบมาจากพิมพ์ซุ้มประตูของหลวงปู่ใจ วัดเสด็จ มีไว้บูชาติดตัวเหมือนการเปิดประตูสู่ความสำเร็จ เปิดโอกาส เปิดทางให้กับชีวิต ไปไหนมาไหนไร้อุปสรรค นี่สรรพคุณว่ากันไว้ขนาดนี้
๔.พิมพ์นาคปรก เป็นพิมพ์ที่จินตนาการมาจากพระไตรปิฏก ตอนพระยานาคม้วนขดตัวพันรอบพระวรกายขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า นัยยะว่าจะอยู่ที่ไหน หากยึดมั่นในคุณธรรมและพระธรรมคำสั่งสอนของพระพุทธองค์แล้วไซร์ ท่านว่าใครทำอันตรายมิได้เลย
หลวงพ่อพระมหาสุรศักดิ์ ท่านได้เป็นประธานเทพิมพ์หล่อพระเนื้อเมฆพัตรทั้ง ๔ พิมพ์ทรงนี้ด้วยตัวของท่านเอง บริเวณด้านหน้าพระอุโบสถของวัดประดู่ พระเกจิอาจารย์ที่ร่วมนั่งปรกในพิธีเททอง ประกอบด้วยพระที่มีกิติคุณและเชี่ยวชาญในพระเวทย์ ๔ องค์ คือหลวงพ่อหวล วัดพนัสนิคม หลวงพ่อยวง วัดโพธิ์ศรี หลวงพ่อปาน วัดแก้วเจริญ และพระอาจารย์ติ๋ว วัดมณีชลขัณฑ์...
การสร้างพระภายใต้พิธีกรรมแบบนี้ บรรดานักนิยมพระเครื่องมักจะชื่นชอบ เพราะถือว่าเป็นการสร้างพระจากภายในไปสู่ภายนอก กำเนิดจากวัดไปสู่มือผู้บริโภค ทำให้มีความเชื่อมั่นว่าศักดิ์สิทธิ์จริง ครับของจะดี ของจะขลัง "
มันต้องมีพลังศรัทธาจากใจผู้สร้างก่อน"
ปัจจุบันพระชุดนี้ หลวงพ่อพระมหาสุรศักดิ์ ท่านได้ทำการพุทธาภิเษกเดี่ยวไปเรียบร้อยแล้วครับ เมื่อวันที่ ๒๕ มกราคม ๒๕๕๒ แรม ๑๕ ค่ำ เดือน ๒ โดยมีพระสงฆ์ร่วมสวดบทพระธรรมจักรฯ ชินบัญชร และสมโภชตลอดคืน
หลวงพ่อพระมหาสุรศักดิ์บอกผมว่า ตามความคิดของท่าน ท่านเชื่ออยู่อย่างหนึ่งว่า วัตถุมงคลแต่ละชนิดมีจุดกำเนิดมาจากวัตถุประสงค์เพียงอย่างเดียว เพียงแต่ลักษณะที่แตกต่างกันไป ทำให้สรรพคุณของแต่ละอย่างแยกชัดกันอย่างชัดเจน และคำว่าจุดกำเนิดหรือวัตถุประสงค์เพียงอย่างเดียวของท่านก็คือ “
สร้างให้คุ้มครองลูกศิษย์”
จึงขอเรียนเชิญมายังเพื่อนๆ ที่เคารพศรัทธาในองค์หลวงพ่อร่วมเป็นเจ้าภาพบูชาพระชุดนี้ ในราคาชุดละ ๑.๐๐๐ บาท บวกค่าจัดส่ง ๑๐๐ บาท ซึ่งพระชุดนี้ผมได้ขอความเมตตาจากหลวงพ่อพระมหาสุรศักดิ์ จำนวน ๑๐ ชุด ให้ท่านเมตตาจารให้กับผู้บูชาทุกท่าน ส่วนจะจารเป็นอักขระอะไรนั้นก็สุดแท้แต่เมตตาของท่าน แต่จงเชื่อมั่นเถอะครับว่าท่านต้องทำให้สุดความสามารถ สมกับที่ท่านตั้งปณิธานไว้ว่า
“
สร้างให้คุ้มครองลูกศิษย์”
เพื่อนๆ ท่านใดสนใจ สั่งจองได้ที่คุณอู๊ด อู๊ด ครับ.....ขอบพระคุณครับ.....
